เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์ประเด็นที่อดีตต้นสังกัดอย่าง บาร์เซโลนา ถูกกล่าวหาว่ามีเอี่ยวในประเด็นติดจากการจ่ายเงินให้อดีตรองประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินในสเปน
ก่อนหน้านี้ บาร์เซโลนา ถูกกล่าวหาว่าจ่ายเงินให้ โฆเซ มาเรีย เอ็นรีเกซ เนเกรรา อดีตรองประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินในสเปน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อสหพันธ์ฟุตบอลสเปน นำไปสู่การถูกกล่าวหาว่าพวกเขาติดสินบนเพื่อให้ได้การตัดสินที่เป็นใจกับพวกเขาในหลายๆ นัดหรือไม่
อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลนา อ้างว้าพวกเขาแค่จ้าง เนเกรรา ให้เป็นที่ปรึกษาเพื่อขอรายงานด้านเทคนิคเกี่ยวกับการตัดสินเท่านั้น ขณะที่ เนเกรรา ก็ยืนกรานว่าไม่เคยไปบีบให้เหล่ากรรมการตัดสินแบบเป็นใจต่อทีมเจ้าบุญทุ่ม ซึ่งในตอนนี้ก็กำลังมีการสู้คดีความกันอยู่
นอกจากนี้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นข้อถกเถียงโดยเฉพาะระหว่าง บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ที่บอร์ดบริหารของทั้งสองทีมต่างออกมาให้สัมภาษณ์พาดพิงกันไปมา เช่น ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานทีมชุดขาว ที่เคยออกมาพูดว่ามีเพียงสโมสรของตนที่ลุกขึ้นสู้กับความไม่เป็นธรรมในวงการผู้ตัดสินสเปน ในขณะเดียวกัน โจน ลาปอร์ตา ประธานบาร์เซโลนา ก็ออกมาตอกกลับว่า เปเรซ เป็นพวกหมกหมุ่นในบาร์เซโลนาขั้นรุนแรง และทนดูไม่ได้ที่ทีมของพวกเขามีผลงานที่ดี

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เรอัล มาดริด เรียกร้องให้ บาร์เซโลนา เปิดเผยายละเอียดด้านการเงินของ บาร์เซโลนา ระหว่างปี 2010-2018 เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกด้วย
ล่าสุด เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ปัจจุบันคุมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เจ้าตัวเคยคุมทีมเจ้าบุญทุ่ม ระหว่างปี 2008-2012 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่า ในช่วงที่ตนคุมทีมนั้นความสำเร็จเกิดจากผลงาน ไม่ใช่เพราะผู้ตัดสิน
“ผมจะให้ความเห็นก็ต่อเมื่อคำตัดสินมันออกมาแล้วเท่านั้น จนกว่าจะถึงตอนนั้น (ประธาน บาร์เซโลน่า คนปัจจุบัน โจน) ลาปอร์ต้า รวมถึงคนที่เคยเป็นประธานทุกคนถือเป็นผู้บริสุทธิ์ในทุกเรื่องที่คนพูดกัน บาร์เซโลนา คือผู้บริสุทธิ์ เช่นเดียวกับ ลาปอร์ตา”
“คุณยังอายุน้อยอยู่ ดังนั้นคุณคงไม่ได้มีโอกาสเห็นว่าทีมชุดนั้น (ระหว่างที่คุม) เล่นฟุตบอลได้ดีแค่ไหน แนวทางการเล่นของเรามันไม่ได้มีอะไรที่น่าอัปยศเลย แชมป์ทั้งหมดที่เราทำได้มันมาจากการที่เราเล่นได้ดีกว่าคู่แข่งของเราเยอะ แต่คุณยังเด็กอยู่ เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะส่งคลิปวิดีโอให้คุณได้ดูเองก็แล้วกัน”