FIVB – ทำบทความพิเศษยกย่อง อิตาลี ที่สุดแห่งวอลเลย์บอลหญิง ปี 2025

สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือ FIVB เผยแพร่บทความสรุปภาพรวมปี 2025 ที่ผ่านมา โดยมุ่งไปที่ศึกใหญ่อย่าง วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก พร้อมกับระบุว่าเป็นปีที่ ทีมชาติอิตาลี ครองความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

ทีมวอลเลย์บอลหญิงอิตาลีปิดฉากปี 2025 อย่างยิ่งใหญ่ หลังผงาดคว้าแชมป์ วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 มาครองได้สำเร็จที่ประเทศไทย ขณะที่ตุรกีสร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงเป็นครั้งแรกและคว้าเหรียญเงิน ส่วนบราซิลคว้าเหรียญทองแดง ปิดโพเดียมศึกระดับโลก

หลังจากอิตาลีคว้าแชมป์ วอลเลย์บอล เนชันส์ ลีก และ วอลเลย์บอลหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ชิงแชมป์โลกของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) มาก่อนหน้านี้ ความสำเร็จในศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่าปี 2025 คือหนึ่งในฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวอลเลย์บอลหญิงอิตาลี โดยการแข่งขันจัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม ถึง 7 กันยายน

ทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการวอลเลย์บอลโลก เนื่องจากเป็นวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลกครั้งแรกภายใต้ระบบจัดทุก 2 ปี และขยายจำนวนทีมเป็น 32 ทีม ส่งผลให้ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาทั่วโลกอย่างล้นหลาม แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง VBTV ของ Volleyball World มียอดรับชมมากกว่า 7 ล้านครั้งตลอดการแข่งขัน โดยรอบรองชนะเลิศคู่ อิตาลี พบ บราซิล มีผู้ชมราว 350,000 คน ขณะที่รอบชิงชนะเลิศมียอดรับชมถึง 250,000 คน นอกจากนี้ กระแสบนโซเชียลมีเดียยังร้อนแรง มีโพสต์เกี่ยวกับทัวร์นาเมนต์กว่า 7,800 โพสต์ สร้างการเข้าถึงมากถึง 145 ล้านครั้ง และมียอดรับชมบน YouTube รวมกว่า 48 ล้านวิว

การแข่งขันรอบแรกแบ่ง 32 ทีมออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยอิตาลี แชมป์โอลิมปิก ปารีส 2024 ผ่านรอบแบ่งกลุ่มสาย B แบบไร้พ่าย เสียเพียงเซตเดียวตลอดรอบแรก จากนั้นไล่ต้อนเยอรมนีในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และเอาชนะโปแลนด์ในรอบก่อนรองชนะเลิศแบบไม่เสียเซต ก่อนจะดวลกับบราซิลในรอบรองชนะเลิศอย่างดุเดือด โดยอิตาลีต้องพลิกกลับมาสองครั้ง ก่อนเฉือนชนะ 3-2 เซต

FIVB - ทำบทความพิเศษยกย่อง อิตาลี ที่สุดแห่งวอลเลย์บอลหญิง ปี 2025

รอบชิงชนะเลิศที่กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งแมตช์ระดับคลาสสิก ตุรกีสู้ได้อย่างสูสี ไล่ตามตีเสมอถึงสองครั้ง แต่สุดท้ายอิตาลีเป็นฝ่ายคว้าชัยในเซตตัดสิน 3-2 เซต คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2002 หลังเคยได้รองแชมป์ในปี 2018 และอันดับสามในปี 2022

ด้านตุรกีเองก็สร้างประวัติศาสตร์เช่นกัน พวกเธอผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบไม่แพ้ใครตลอดเส้นทาง ไม่เสียแม้แต่เซตเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม สยบสโลวีเนียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะสหรัฐอเมริกาในรอบก่อนรองฯ และพลิกสถานการณ์กลับมาชนะญี่ปุ่นในรอบรองฯ 3-1 เซต คว้าเหรียญเงิน ซึ่งถือเป็นเหรียญแรกของตุรกีในศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก

บราซิลคว้าอันดับสาม หลังพ่ายอิตาลีอย่างเฉียดฉิวในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะกลับมาเอาชนะญี่ปุ่นในเกมชิงอันดับสามแบบสุดมัน 3-2 เซต คว้าเหรียญทองแดงเพิ่มเป็นเหรียญที่ 6 ในประวัติศาสตร์รายการนี้ โดยบราซิลมีสถิติรวม 4 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

อันดับต่อจากนั้น ได้แก่ ญี่ปุ่น อันดับ 4 ตามด้วย สหรัฐอเมริกา, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, ฝรั่งเศส, จีน, เซอร์เบีย, เบลเยียม, เยอรมนี, ไทย, สาธารณรัฐโดมินิกัน, แคนาดา, สโลวีเนีย, ยูเครน, สเปน, สวีเดน, เคนยา, กรีซ, อาร์เจนตินา, คิวบา, เม็กซิโก, เช็กเกีย, โคลอมเบีย, บัลแกเรีย, เปอร์โตริโก, อียิปต์, สโลวาเกีย, เวียดนาม และ แคเมอรูน ตามลำดับ

รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ตกเป็นของ อเลสเซีย ออร์โร มือเซตวัย 27 ปีของอิตาลี ซึ่งยังติดทีมดรีมทีมร่วมกับ เมลิสซา วาร์กัส (ตุรกี), มายุ อิชิคาวะ (ญี่ปุ่น), กาเบรียลา กิมาไรส์ (บราซิล), แอนนา ดาเนซี (อิตาลี), เอดา แอร์เดม (ตุรกี) และ ลิเบโร่จอมเก๋า โมนิกา เด เจนนาโร จากอิตาลี

วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งความสำเร็จของอิตาลีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการเติบโตของวอลเลย์บอลหญิงในระดับโลกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับหลายชาติ รวมถึงการได้รับความนิยมจากแฟนกีฬาทั่วโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน