กลายเป็นตัวเต็งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตำนานนักเตะ และกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะกลับมาคุมทีมอีกคำรบ หลังจาก รูเบน อโมริม เพิ่งถูกปลดออกจากทีมไปเมื่อเร็วๆนี้ โดย โซลชา ถูกมองว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสม กับช่วงเวลาที่จะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์อันย่ำแย่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1973 ที่เมืองคริสเตียนซุนด์ ประเทศนอร์เวย์ เส้นทางฟุตบอลอาชีพของเขาเริ่มต้นกับสโมสรท้องถิ่นอย่าง เคลาเซนเนน ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับ โมลด์ ภายใต้การคุมทีมของ เอ็กเกน โอลเซ่น ที่มองเห็นสัญชาตญาณกองหน้าชั้นยอดของเขา ผลงานกับโมลด์ทำให้โซลชาได้รับฉายา “เพชฌฆาตหน้าทารก” จากความเยือกเย็นในการจบสกอร์ แม้รูปร่างหน้าตาจะดูสุภาพเรียบร้อย
ผลงานดังกล่าวไปเข้าตา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงตัวเขามาร่วมทีมในปี ค.ศ.1996 และนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนานอย่างแท้จริง ฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก โซลชาทำไปถึง 18 ประตู แม้ส่วนใหญ่จะลงเล่นในฐานะตัวสำรอง เขากลายเป็นอาวุธลับที่เปลี่ยนเกมได้เสมอ และเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลรักมากที่สุดในยุคนั้น
ช่วงเวลาที่ถูกจารึกไว้ตลอดกาลเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี ค.ศ.1999 ที่บาร์เซโลนา เมื่อโซลชาลงมาเป็นตัวสำรองก่อนยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกแซงบาเยิร์น มิวนิก 2-1 คว้าแชมป์ยุโรป และปิดฉาก “ทริปเปิลแชมป์” อันยิ่งใหญ่ในฤดูกาลเดียว เขาไม่ใช่นักเตะที่หวือหวาที่สุด แต่คือคนที่อยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ

ตลอดอาชีพค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระหว่างปี ค.ศ.1996-2007 โซลชาลงเล่นมากกว่า 360 นัด ยิงได้ 126 ประตู คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย และอินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ อีก 1 สมัย ก่อนจะแขวนสตั๊ดจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในฐานะโค้ช
หลังเลิกเล่น โซลชาเริ่มงานคุมทีมด้วยการดูแลทีมสำรองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะกลับไปบ้านเกิดเพื่อรับงานคุมโมลด์ และพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ลีกนอร์เวย์ เอลีตซีเรียน 2 สมัย ในปี ค.ศ.2011 และ 2012 รวมถึงแชมป์นอร์วีเจียน คัพ ในปี ค.ศ.2013 สร้างชื่อให้เขาเป็นหนึ่งในโค้ชนอร์เวย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด
โอกาสครั้งสำคัญในอังกฤษมาถึงเมื่อเขารับงานคุมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นไม่สวยงามนัก อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา และดึงกลับมาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวในเดือนธันวาคม ค.ศ.2018 หลังปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งผลงานช่วงแรกยอดเยี่ยมจนเขาได้รับสัญญาถาวรในเวลาต่อมา
ตลอดการคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระหว่างปี ค.ศ.2018-2021 โซลชาพาทีมจบอันดับรองแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2020/21 และเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก แม้จะยังไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ แต่เขามีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานทีมยุคใหม่ ปั้นนักเตะดาวรุ่งอย่าง เมสัน กรีนวูด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ให้กลายเป็นแกนหลักของทีม
ปัจจุบัน เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และต้องการบุคคลที่เข้าใจทั้งแรงกดดัน สโมสร และแฟนบอล ข่าวการที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อาจหวนกลับมาคุมทัพอีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ สำหรับแฟนผีแดงจำนวนมาก เขาอาจไม่ใช่โค้ชที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือคนที่ “เข้าใจแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” มากกว่าคนอื่น และมักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ หากการกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นจริง นี่อาจเป็นบทใหม่ที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของชายผู้เคยเป็นฮีโร่ของ ปีศาจแดง กับโอกาสเขียนตำนานบทใหม่ของตัวเองอีกครั้งในโรงละครแห่งความฝัน