ซิเมา ซาบรอซา ถือเป็นหนึ่งในปีกจอมเทคนิคชาวโปรตุเกสที่โดดเด่นที่สุดยุคหนึ่ง เขาขึ้นชื่อในเรื่องเทคนิค, การเลี้ยงบอล, การเปิดบอลที่แม่นยำ และการเล่นลูกตั้งเตะที่เฉียบคม ทำให้เขามีส่วนสำคัญอย่างมากกับทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ โดยเฉพาะช่วงที่เล่นให้กับเบนฟิก้าและแอตเลติโก มาดริด
ซิเมา ซาบรอซาเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.1979 ที่เมืองคอนสตานติม ประเทศโปรตุเกส เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลในระบบเยาวชนของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 1997 ในวัยเพียง 17 ปี การลงเล่นในทีมสปอร์ติ้งช่วงสองฤดูกาลแรกนั้นเขาได้ลงสนามในลีกไป 53 นัดยิงได้ 12 ประตู ช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในปี 1999 ซาบรอซาย้ายไปยังบาร์เซโลนา สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ ช่วงเวลาสองฤดูกาลกับทีม เขาลงเล่นในลีก 46 นัดทำได้ 3 ประตู แม้จะไม่ใช่ดาวเด่นที่สุดของทีมเนื่องจากต้องแย่งตำแหน่งกับผู้เล่นอย่างหลุยส์ ฟิโก้ และริวัลโด้ แต่ประสบการณ์ที่ได้จากการเล่นในบาร์เซโลนายังคงเป็นบทเรียนสำคัญในอาชีพของเขา
ปี 2001 ซิเมา กลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดกับเบนฟิก้า ที่ซึ่งเขากลายเป็นตำนานนักเตะของสโมสร ด้วยฝีเท้าสุดอันตรายทำให้เขาเป็นตัวหลักของทีมในแดนกลางและปีกซ้าย และในช่วง 6 ฤดูกาลกับเบนฟิก้า เขาลงเล่นในลีกถึง 172 นัด ยิง 75 ประตู นอกจากสถิติที่ยอดเยี่ยมแล้ว ซิเมา ยังมีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ พรีไมรา ลีกา โปรตุเกส ฤดูกาล 2004/05 ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการรอคอยแชมป์ลีกยาวนานกว่า 11 ปีของสโมสร เขายังช่วยให้เบนฟิก้าคว้า ฟุตบอลถ้วยโปรตุเกส (Taça de Portugal) 2003/04 และ ซูเปอร์ตาค้า คันดิโด้ เดอ โอลิเวยรา 2005

หลังสร้างชื่อในโปรตุเกส ซิเมา ได้โอกาสย้ายไปเล่นให้แอตเลติโก มาดริด ในปี 2007 ด้วยค่าตัวประมาณ 20 ล้านยูโร ที่นี่เขายังคงเป็นปีกที่อันตราย โดยลงเล่นให้ทีมในลีก 113 นัดยิง 20 ประตู นอกจากผลงานในลีกแล้ว เขายังมีส่วนช่วยให้แอตเลติโก มาดริดคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2009/10 และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2010 ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จระดับยุโรปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรยุคนั้น
ซิเมา เดินทางอาชีพต่อไปยังตุรกีกับเบซิคตัสในปี 2011 โดยลงเล่นในลีก 46 นัดและยิงอีก 8 ประตู ก่อนจะย้ายกลับมา ลาลีก้า สเปนอีกครั้งกับเอสปันยอลระหว่างปี 2012–2014 ซึ่งเขาลงสนาม 60 นัดยิง 3 ประตู ก่อนจะไปปิดท้ายอาชีพค้าแข้งไว้ที่นอร์ทอีสต์ ยูไนเต็ด ในอินเดียปี 2015 ลงเล่น 10 นัดยิง 3 ประตู และประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ รวมตลอดอาชีพฟุตบอลสโมสรของเขาลงสนามในลีกทั้งหมด 500 นัดยิงได้ 124 ประตู ซึ่งเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมสำหรับปีกที่เล่นมาเกือบสองทศวรรษ
ในระดับทีมชาติ โปรตุเกส ซิเมา เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับการเชื่อมั่นยาวนานลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสระหว่างปี 1998–2010 มีสถิติ 85 นัดและยิง 22 ประตู เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติที่ผ่านเข้าร่วมการแข่งขันระดับใหญ่หลายรายการทั้ง ฟุตบอลโลก 2006, 2010 และ ยูโร 2004, 2008 โดยยูโร 2004 โปรตุเกสเป็นรองแชมป์ยุโรป ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำที่สุดของยุคทีมชาติชุดนั้น
หลังเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ ซิเมา เลือกเดินเข้าสู่โลกฟุตบอลในบทบาทใหม่ โดยเข้าร่วมงานกับเบนฟิก้าในตำแหน่งผู้บริหาร เริ่มตั้งแต่ ผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตั้งแต่ปี 2021 ก่อนจะก้าวขึ้นเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีมฟุตบอลอาชีพ ในปี 2025 ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของสโมสรให้สอดคล้องกับการแข่งขันทั้งในประเทศและยุโรป