จัดด์ ทรัมป์ ยอดนักสนุกเกอร์ชาวอังกฤษ ยุติช่วงเวลาที่ไร้แชมป์ยาวนานถึง 14 เดือนลงได้สำเร็จ หลังเอาชนะ ฌอน เมอร์ฟี่ 10-4 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศ ศึก Machineseeker German Masters 2026 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่ สังเวียนชื่อดังอย่างเทมโพโดรม ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักจากแฟนสนุกเกอร์กว่า 2,400 คนที่หลั่งไหลเข้าชมจนแน่นความจุสนาม
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการคว้าแชมป์รายการดังกล่าวเป็นสมัยที่ 4 ของทรัมป์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ ต่อจากแชมป์ที่เขาเคยทำได้ในปี 2020, 2021 และ 2024 โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเอาชนะยอดฝีมืออย่าง นีล โรเบิร์ตสัน, แจ็ก ลิซอฟสกี้ และ ซือ เจียฮุย ในรอบชิงชนะเลิศของแต่ละปีที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำสถานะความเป็น “เจ้าพ่อเบอร์ลิน” ของจอมคิวจากเมืองบริสตอลรายนี้
แชมป์เยอรมัน มาสเตอร์ส หนล่าสุด ยังถือเป็นถ้วยแรกของทรัมป์นับตั้งแต่คว้าแชมป์ UK Championship 2024 โดยตลอดปีปฏิทิน 2025 เขาไม่สามารถคว้าแชมป์รายการจัดอันดับได้เลย แถมยังผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศถึง 3 ครั้งติดต่อกัน จากศึก Players Championship 2025, Northern Ireland Open 2025 และ UK Championship 2025 ทำให้แชมป์ครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งในแง่ของการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา

จากการคว้าแชมป์ที่เบอร์ลิน ส่งผลให้ทรัมป์เพิ่มสถิติแชมป์รายการจัดอันดับเป็น 31 รายการ ขยับรั้งอันดับ 4 ตลอดกาล ตามหลังเพียง จอห์น ฮิกกินส์ (33 แชมป์), สตีเฟ่น เฮนดรี้ (36 แชมป์) และ รอนนี โอซุลลิแวน (41 แชมป์) เท่านั้น พร้อมกันนี้ แชมป์โลกปี 2019 ยังรักษาตำแหน่งมือหนึ่งของโลกในอันดับ Johnstone’s Paint World Rankings เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น หลังรับเงินรางวัลแชมป์ 100,000 ปอนด์ และครองตำแหน่งจ่าฝูงรวมเป็นสัปดาห์ที่ 75 แล้ว ขณะที่เมอร์ฟี่ยังคงอยู่อันดับ 7 ของโลกตามเดิม
ในฝั่งของ “เดอะ เมจิเชียน” ฌอน เมอร์ฟี่ ต้องยอมรับความผิดหวัง หลังไม่สามารถรักษาฟอร์มอันร้อนแรงจากรอบก่อนหน้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ โดยก่อนมาถึงรอบนี้ เขาโชว์ฟอร์มโหด ไล่ถล่ม มาร์ก อัลเลน, ไคเรน วิลสัน และ นีล โรเบิร์ตสัน ด้วยสกอร์รวมขาดลอย 16-2 เฟรม และมีความหวังอย่างยิ่งที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ เพื่ออุทิศให้กับ แบรนดอน พาร์คเกอร์ ผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนสนิทที่ล่วงลับ ซึ่งถ้วยแชมป์ German Masters ใช้ชื่อของเขาเป็นเกียรติ โดยพาร์คเกอร์มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการผลักดันให้รายการนี้ย้ายมาจัดที่เบอร์ลินและประสบความสำเร็จอย่างในปัจจุบัน
เกมรอบชิงเริ่มต้นช่วงเซสชันสุดท้ายด้วยความได้เปรียบของทรัมป์ที่นำอยู่ 5-3 เฟรม และจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเฟรมแรกของช่วงค่ำ เมื่อเมอร์ฟี่ออกนำไปก่อนถึง 60-0 แต่จังหวะพลาดเล็กน้อยกลับเปิดโอกาสให้ทรัมป์ไล่ตีคืน ก่อนจะเฉือนชนะบนลูกดำ ขยับหนีเป็น 6-3 เฟรม เฟรมที่ 10 ก็เป็นอีกครั้งที่ทรัมป์ฉกชัยบนลูกดำ พร้อมทำเบรก 68 แต้ม ขึ้นนำ 8-3 จากนั้นเฟรมสุดท้ายก่อนพักเบรกยังต้องตัดสินกันอย่างสูสี และเป็นทรัมป์ที่เก็บชัยบนลูกชมพู ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์เต็มที
แม้ทรัมป์จะพลาดโอกาสปิดเกมในครั้งแรก เปิดช่องให้เมอร์ฟี่เก็บชัยบนลูกดำ ไล่มาเป็น 9-4 ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มจากแฟน ๆ ที่หวังเห็นเกมยืดเยื้อออกไป แต่สุดท้าย ทรัมป์ยังคุมสถานการณ์ในเฟรมที่ 14 ได้อย่างเด็ดขาด เอาชนะไปได้ในเกมที่ค่อนข้างอึดอัด ปิดแมตช์ด้วยสกอร์ 10-4 เฟรม ผงาดคว้าแชมป์ Machineseeker German Masters อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่