ฮาเตม เบน อาร์ฟา คือหนึ่งในนักฟุตบอลที่ถูกพูดถึงในฐานะแข้งอัจฉริยะที่ควบคุมไม่ได้ เขาถูกยกย่องว่ามีพรสวรรค์ระดับโลก แต่ขณะเดียวกันก็หลีกไม่พ้นคำว่า ปัญหา, อารมณ์ และความไม่สม่ำเสมอ เส้นทางอาชีพของ เบน อาร์ฟาจึงเต็มไปด้วยจุดสูงสุดอันน่าตื่นตา และจุดต่ำสุดที่สะท้อนให้เห็นว่า ฟุตบอลไม่ได้วัดกันที่ฝีเท้าเพียงอย่างเดียว
ฮาเตม เบน อาร์ฟา เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1987 ที่เมืองคลามาร์ ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวเชื้อสายตูนิเซีย ตั้งแต่วัยเด็กเขาแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่แตกต่างจากเด็กคนอื่นอย่างชัดเจน การเลี้ยงบอลติดเท้า ความกล้าเล่นแบบตัวต่อตัว และจินตนาการในสนาม ทำให้เขาเข้าสู่ระบบเยาวชนของ Clairefontaine ศูนย์ฝึกฟุตบอลระดับตำนานของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนักเตะระดับโลกมากมาย
ชื่อของ เบน อาร์ฟา เริ่มโด่งดังไปทั่วยุโรปในฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ปี ค.ศ. 2004 ซึ่งฝรั่งเศสคว้าแชมป์ และเขาคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ เหนือผู้เล่นอย่าง เวย์น รูนีย์ และเชส ฟาเบรกาส ในยุคเดียวกัน นั่นทำให้ เบน อาร์ฟา ถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของยุโรป
เส้นทางระดับสโมสรเริ่มต้นอย่างจริงจังกับ โอลิมปิก ลียง เขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี ค.ศ. 2004 และกลายเป็นส่วนหนึ่งของยุคทองของลียงที่ครองแชมป์ลีกเอิงแบบผูกขาด เบน อาร์ฟา ลงสนามให้ลียงรวมทุกรายการมากกว่า 90 นัด ยิงประตูได้ราว 15 ลูก และคว้าแชมป์ลีกเอิง 3 สมัยติดต่อกัน รวมถึงเฟรนช์ คัพ และเฟรนช์ ซูเปอร์คัพ อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในทีมที่ประสบความสำเร็จ เขากลับมีปัญหากับวินัยและความสัมพันธ์กับโค้ชหลายครั้ง จนถูกมองว่าเป็นนักเตะที่ จัดการยาก
ในปี ค.ศ. 2008 เขาย้ายไป โอลิมปิก มาร์เซย ด้วยค่าตัวสูง และถูกคาดหวังว่าจะเป็นตัวแบกเกมรุกของทีม ที่นี่ เบน อาร์ฟา แสดงให้เห็นทั้งด้านสว่างและด้านมืด เขาลงสนามให้มาร์กเซยราว 90 นัด ยิงได้มากกว่า 15 ประตู มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาล 2009/10 แต่ปัญหาเรื่องทัศนคติและการปะทะกับโค้ชยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาย้ายไป นิวคาสเซิล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี ค.ศ. 2010 ช่วงแรกชีวิตค้าแข้งของเขาแทบพังทลายจากอาการขาหักอย่างรุนแรงหลังถูก ไนเจล เดอ ยอง เข้าปะทะ แต่หลังจากฟื้นตัว เบน อาร์ฟา กลับมาในฤดูกาล 2011/12 พร้อมฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซ เขาลงสนามในพรีเมียร์ลีกมากกว่า 70 นัด ยิงได้ราว 14 ประตู แอสซิสต์อีกหลายครั้ง และมีประตูโซโล่เดี่ยวที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ความไม่สม่ำเสมอและปัญหานอกสนามทำให้เขาค่อย ๆ หลุดจากแผนการทำทีม ถูกปล่อยยืมตัว และในที่สุดก็ย้ายกลับฝรั่งเศสกับ นีซ ในปี ค.ศ. 2015 ที่นี่ เบน อาร์ฟา ระเบิดฟอร์มอีกครั้ง เขาลงสนามในลีกเอิงฤดูกาลเดียวมากกว่า 35 นัด ยิงได้ถึง 17 ประตู กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีก และถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสอีกครั้ง
ฟอร์มกับนีซทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ ดึงตัวเขาไปร่วมทีมในปี ค.ศ. 2016 แต่การย้ายครั้งนี้กลับกลายเป็นฝันร้าย เขาแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนาม ลงเล่นให้เปแอสเชไม่ถึง 25 นัด ยิงได้เพียงไม่กี่ประตู ก่อนจะกลายเป็นส่วนเกินของทีม
ตลอดอาชีพ เบน อาร์ฟา ลงเล่นในระดับสโมสรอาชีพมากกว่า 400 นัด ยิงประตูรวมเกิน 80 ลูก คว้าแชมป์ลีกเอิง, เฟรนช์ คัพ และถ้วยภายในประเทศหลายรายการ ขณะที่ในทีมชาติฝรั่งเศส เขาลงสนามราว 15 นัด ยิงได้ 2 ประตู แม้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
เรื่องราวของ ฮาเตม เบน อาร์ฟา คือบทเรียนของนักเตะที่มีทุกอย่างในสนาม แต่ไม่อาจควบคุมสิ่งนอกสนามได้อย่างสมดุล เขาคืออัจฉริยะที่แฟนบอลต่างคาดหวัง แต่โค้ชหลายคนไม่กล้าใช้งาน และเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะพาใครไปถึงจุดสูงสุดของโลกฟุตบอล