หากพูดถึงแบ็กขวาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ชื่อของ คาฟู จะอยู่ในลิสต์นั้นเสมอ ชายผู้วิ่งไม่มีหมดตลอด 90 นาที เจ้าของพลังงานมหาศาล และเป็นกัปตันทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี 2002 ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยแม้แต่น้อย
คาฟู มีชื่อจริงว่า มาร์กอส เอวานเจลิสตา เด โมราเอส เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 1970 ที่นครเซาเปาโล ประเทศบราซิล เติบโตในครอบครัวชนชั้นแรงงานในย่านที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมและความยากจน เขาเคยถูกปฏิเสธจากหลายสโมสรใหญ่ในเซาเปาโล ทั้งโครินเธียนส์, พัลไมรัส และซานโตส หลายครั้งจนเกือบถอดใจ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือความมุ่งมั่น เขาไม่ใช่นักเตะพรสวรรค์ฉูดฉาดแบบโรนัลโดหรือโรนัลดินโญ เขาไม่ได้มีทักษะหวือหวา ทว่าเขามีวินัย ความเร็ว และความแข็งแกร่งที่โดดเด่น สุดท้ายสโมสร เซา เปาโล ให้โอกาส และนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนาน
ช่วงต้นทศวรรษ 1990 คาฟูเป็นส่วนหนึ่งของทีม เซา เปาโล ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์สโมสร ภายใต้การคุมทีมของ เทเล ซานตานา เขาช่วยทีมคว้าแชมป์ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ปี 1992 และ 1993, อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ ปี 1992 และ 1993 และแชมป์ลีกบราซิล ก่อนที่การได้เผชิญหน้ากับยอดทีมยุโรปอย่างบาร์เซโลนาและเอซี มิลาน ทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในเวทีโลก
ปี 1995 คาฟูย้ายสู่ยุโรปกับ เรอัล ซาราโกซา แต่ประสบการณ์ในสเปนไม่ยาวนานนัก ก่อนจะกลับบราซิลไปเล่นให้พัลไมรัส และกลับมายุโรปอีกครั้งกับ โรม่า

กับโรม่า เขากลายเป็นกำลังหลักในทีมชุดแชมป์กัลโช เซเรีย อา ฤดูกาล 2000–01 ภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล เขาลงเล่นให้โรม่าไปกว่า 160 นัด ยิงได้ราว 6 ประตู และคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอิตาลี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จสูงสุดระดับสโมสรของเขา
ปี 2003 เขาย้ายไป เอซี มิลาน และที่นั่นเขาเติมเต็มความสำเร็จที่ขาดหาย ด้วยการคว้า ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2006–07, เซเรีย อา 2003–04, ซูเปอร์คัพยุโรป, สโมสรโลก ซึ่งกับมิลาน เขาลงเล่นประมาณ 160 นัด ยิงได้ 4 ประตู แม้ไม่ใช่ตัวเลขถล่มทลาย แต่บทบาทเกมรับและการเติมเกมรุกของเขาคือหัวใจสำคัญ จนได้รับฉายา “Il Pendolino” ในอิตาลี แปลว่า “ลูกตุ้ม” สื่อถึงพลังงานที่แกว่งไปมาทางริมเส้นไม่หยุด
สิ่งที่ทำให้คาฟูถูกจารึกในประวัติศาสตร์ คือผลงานกับทีมชาติบราซิล เขาลงเล่นให้ทีมชาติทั้งหมด 142 นัด ยิงได้ 5 ประตู ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ติดทีมชาติมากที่สุดในยุคของเขา พร้อมกับประสบความสำเร็จด้วยการสวมปลอกแขนกัปตันทีมพาบราซิล คว้าแชมป์โลก 2002
อย่างไรก็ตามแม้จะประสบความสำเร็จมหาศาล แต่ชีวิตหลังฟุตบอลของคาฟูไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด เขาเคยเผชิญปัญหาทางการเงินจากการลงทุนธุรกิจที่ล้มเหลว และเหตุการณ์สะเทือนใจที่สุดคือการสูญเสียลูกชายในปี 2019 จากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม เขายังคงทำงานด้านสังคมและโครงการเยาวชนในบราซิล ผ่านมูลนิธิของตนเอง เพื่อช่วยเด็กจากชุมชนยากจนแบบที่เขาเคยเติบโตมา
สำหรับ คาฟู แล้วเขาอาจไม่ใช่นักเตะที่โดดเด่นด้วยพรสวรรค์เหนือมนุษย์ แต่เขาคือนักเตะที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม ซึ่งสามารถพาตัวเองก้าวไปสู่จุดสูงสุดของโลกฟุตบอลได้