รอนนี โอซุลลิแวน ซูเปอร์สตาร์สนุกเกอร์วัย 50 ปี เปิดเผยว่าการพาตัวเองกลับไปเล่นได้ในระดับเดิมอีกครั้ง อาจกลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขา หลังจากประเดิมชัยชนะในรอบแรกของศึก เวิลด์ โอเพ่น 2026 ที่เมืองยูฉาน ประเทศจีน
รอนนี มืออันดับ 12 ของโลก เอาชนะ อดัม มิวร์ จากสกอตแลนด์ไปได้ 5-1 เฟรม โดย “เดอะ ร็อคเก็ต” ออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการขึ้นนำก่อน 3-0 เฟรม แม้คู่แข่งจะตีตื้นคืนมาได้หนึ่งเฟรม แต่โอซุลลิแวนก็ปิดแมตช์อย่างเฉียบขาดด้วยการทำสองเซ็นจูรีเบรกติดต่อกัน
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้เขาผ่านเข้าสู่รอบสามทันที หลังจากคู่แข่งในรอบถัดไปอย่าง อิสพรีต สิงห์ แชดฮา ถอนตัวจากการแข่งขัน
หลังจบเกม โอซุลลิแวนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าฟอร์มของเขาในช่วงที่ผ่านมาไม่อยู่ในระดับที่ต้องการ และเขาพยายามอย่างหนักเพื่อกู้เกมของตัวเองกลับมา
“ผมมาถึงที่นี่ก่อนหนึ่งสัปดาห์เพื่อฝึกซ้อมคนเดียว ผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้ลงแข่งมากนัก แต่ผมกำลังทำงานหนัก เพราะเกมของผมมันตกลงไปอยู่ในจุดที่แย่มาก” เจ้าของแชมป์โลก 7 สมัยกล่าว
เขายังเปิดเผยด้วยว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับความมั่นใจของเขาอย่างมาก และตอนนี้กำลังพยายามปรับพื้นฐานการแทงใหม่ทั้งหมด
“ผมตัดสินใจว่าต้องลุยกับเรื่องนี้จริงจังแล้ว นี่อาจเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของผมในอาชีพก็ว่าได้ สามปีที่ผ่านมา ความมั่นใจของผมมันแย่มาก ตอนนี้ผมกำลังพยายามแก้ไขมัน เพื่อให้สามารถแทงคิวได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง”
ตำนานชาวอังกฤษยังตั้งเป้าว่าจะทุ่มเวลาอย่างน้อยสองปีในการพัฒนาตัวเองเพื่อยืดอายุการเล่นอาชีพ

“ผมจะทุ่มเวลาอีกสองปีเพื่อทำมันให้ได้ ถ้าผมยังเล่นแบบเดิมต่อไป มันคงไม่มีทางยืนระยะได้”
ทั้งนี้ โอซุลลิแวน ไม่ได้คว้าแชมป์รายการสะสมคะแนนในเวิลด์ทัวร์มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 หลังจากเอาชนะ จัดด์ ทรัมป์ 10-7 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศของศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2024
เจ้าของแชมป์เมเจอร์มากมายยืนยันว่าเขาทำงานหนักมากกว่าที่เคย แม้แฟน ๆ จะไม่ได้เห็นผ่านการถ่ายทอดสด
“ผมทำงานหนักกว่าที่เคยทำมา เพียงแต่มันไม่ได้ออกทีวี ผมกำลังแยกทุกอย่างออกมาปรับ และพยายามโค้ชตัวเองใหม่ทั้งหมด”
โอซุลลิแวนยังกล่าวกับเพื่อนสนิทว่า หากเขาสามารถฝ่าวิกฤตฟอร์มตกครั้งนี้และกลับไปเล่นได้เหมือนเมื่อ 6-7 ปีก่อน นั่นจะยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จใด ๆ ที่เคยทำมา
“ถ้าผมผ่านมันไปได้ มันจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสนุกเกอร์ของผมเลย ถ้าผมกลับไปเล่นได้เหมือนเมื่อ 6-7 ปีก่อน มันจะยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง”
แม้เขาจะคว้าแชมป์โลกถึง 7 สมัย และแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส ถึง 8 ครั้ง แต่โอซุลลิแวนยืนยันว่าการฟื้นฟูฟอร์มครั้งนี้อาจมีค่ามากกว่าทุกแชมป์ที่ผ่านมา
“แชมป์โลก 7 สมัย แชมป์เดอะมาสเตอร์ส 8 ครั้ง แต่ถ้าผมกลับมาเล่นได้เหมือนเดิม นั่นจะยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง ผมรู้ดีว่ามันยากแค่ไหน แต่ผมจะไม่เลิกเล่นเพราะสิ่งที่ผมลองทำมันไม่เวิร์ก ผมจะกลับไปเล่นตามสัญชาตญาณของตัวเอง”