เป๊ป – รับมีความสุข หลัง แมนฯซิตี้ เชือด อาร์เซนอล ผงาดแชมป์ คาราบาว คัพ

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นปลื้มหลังลูกทีมเอาชนะ อาร์เซนอล พร้อมคว้าแชมป์คาราบาว คัพ มาครองได้สำเร็จ พร้อมยกคู่แข่งว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ อาร์เซนอล ด้วยสกอร์ 2-0 โดยได้ประตูจากการทำคนเดียวสองประตูของ นิโก โอไรลีย์ นาที 60 และ 64 พร้อมคว้าแชมป์คาราบาว คัพ มาครองได้เป็นสมัยที่ 9 ต่อจากปี 1969–70, 1975–76, 2013–14, 2015–16, 2017–18, 2018–19, 2019–20, 2020–21

นอกจากนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยังกลายเป็นกุนซือที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้มากที่สุดที่ 5 สมัย โดยทำได้ในฤดูกาล 2017-18, 2018-19, 2019-20, 2020-21, 2025-26

หลังจบการแข่งขัน เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดใจว่า “ผมจะพูดอะไรได้ ทุกครั้งที่ได้แชมป์ มันสำคัญเสมอ มันพิเศษเพราะเราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมา 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุด! ใน 15 นาทีแรก พวกเขาเล่นงานเราอย่างหนัก เราแถบไม่ได้หายใจ หลังจากนั้น เมื่อเราแย่งบอลจังหวะสองได้และเริ่มเล่นได้ดีขึ้น

“อันทวน (เซเมนโย) เล่นได้ดีมากในครึ่งแรก ส่วนในครึ่งหลัง (เฌเรมี) โดกู ก็เล่นได้ดี และเราก็หาจังหวะให้ โรดรี และแบร์นาร์โด (ซิลวา) เล่นในตำแหน่งที่เราต้องการได้”

เป๊ป - รับมีความสุข หลัง แมนฯซิตี้ เชือด อาร์เซนอล ผงาดแชมป์ คาราบาว คัพ

“ผมดีใจมาก เพราะผมรู้ว่าเราต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งคนไหน มิเกล สร้างทีมที่แทบจะไม่มีใครเอาชนะได้เลย วิธีที่เราทำได้ทำให้เรารู้สึกดีใจ การคว้าแชมป์คาราบาวคัพสมัยที่ 5 ในรอบ 10 ปี ไม่เลวเลยนะ”

“เราคว้าชัยชนะที่เหลือเชื่อมาได้ คาราบาว คัพอาจไม่ใช่พรีเมียร์ลีกหรือแชมเปียนส์ ลีก แต่การเอาชนะทีมนั้นได้ (อาร์เซนอล) ทำให้มันเป็นถ้วยรางวัลที่พิเศษ”

อย่างไรก็ตามกุนซือชาวสเปนยืนยันว่าทีมเรือใบสีฟ้าชุดนี้ยังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับทีมในอดีต หรือแม้แต่คู่แข่งในเวลานี้ แต่เชื่อว่าทีมกำลังเรียนรู้วิธีแข่งขันและคว้าแชมป์ให้ได้

“เรายังไม่ใช่ทีมในระดับเดียวกับอาร์เซน่อล หรือแม้แต่ทีมของเราเองในอดีต แต่เราก็หาวิธีคว้าแชมป์ได้ ผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรหลังจากคว้าแชมป์คาราบาว คัพ เพราะลึกๆ แล้วผมรู้ว่าเราเข้าใกล้มันมากแล้ว”

“บางครั้งทีมอาจไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยู่ในจุดนั้น แล้วอยู่ดีๆ ก็ฟอร์มหล่นแบบไม่รู้ตัว มันต้องมีสัญญาณเตือนให้เห็น แต่สำหรับสโมสรและนักเตะรุ่นใหม่นี้ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

สำหรับโปรแกรมต่อไปของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาจะลงเล่นฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะพบกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 4 เมษายนนี้ต่อไป