ไค ฮาแวร์ตซ์ แนวรุกดีกรีทีมชาติเยอรมนี เพิ่งสวมบทฮีโร่ ยิงประตูชัยให้กับต้นสังกัดอย่าง อาร์เซนอล ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนสื ลีก รอบน็อกเอาต์ เลกแรก ที่พวกเขาบุกไปเอาชนะ สปอร์ติง ลิสบอน ทีมจากโปรตุเกส 1-0
โดยเกมดังกล่าว ฮาแวร์ตซ์ ซัดประตูชัยให้ทีมปืนใหญ่ในนาที 90+1 และทำให้พวกเขากุมความได้เปรียบ ก่อนจะได้กลับไปเล่นในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม ในสัปดาห์หน้า
ชื่อของ ฮาแวร์ตซ์ เคยโด่งดังสุดขีดตอนที่เขายังอยู่ในบุนเดสลีกา แต่หลังจากย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เขายังคงถูกตั้งคำถามเรื่องความสามารถ และยังเป็นแข้งที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ว่าเขามีดีมากแค่ไหน
สำหรับ ไค ฮาแวร์ตซ์ เกิดที่เมืองอาเคน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ปี 1999 โดยเริ่มแรกของเล่นกับทีมอคาเดมีในเมืองบ้านเกิด ก่อนจะได้ย้ายไปอยู่กับอคาเดมีของสโมสรใหญ่อย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ในเวลาต่อมา ตั้งแต่อายุแค่ 11 ปี
โดยจุดเด่นที่ ฮาแวร์ตซ์ ฉายแววให้เห็นตั้งแต่เด็ก คือ เรื่องของวิสัยทัศน์ในการเล่น, การครองบอล และความนิ่งที่เกินวัย ทำให้ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานนักเตะอย่าง เมซุต โอซิล

หลังจากนั้น ฮาแวร์ต ได้ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เมื่อปี 2016 ด้วยวัยเพียง 17 ปี และเขาก็แสดงศักยภาพออกมาให้ได้เห็นกันทันที โดยเฉพาะในฤดูกาล 2018-19 ที่เขาซัดไปถึง 17 ประตู ในบุนเดสลีกา
จากผลงานที่ไม่ธรรมดาในบุนเดสลีกา เยอรมนี ทำให้เขาได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป ก่อนที่จะถูก เชลซี ทีมดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ดึงตัวมาเสริมทัพ ในปี 2020 ด้วยค่าตัวสูงถึง 70 ล้านปอนด์
โดยการย้ายมาเล่นในอังกฤษช่วงแรกของต้องปรับตัวอย่างมาก แต่ก็ค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเองมาได้เรื่อย ๆ และแม้ว่าผลงานของเขาจะไม่ได้โดดเด่นมากเท่าตอนเล่นในเยอรมนี เขาก็เคยเป็นฮีโร่ของแฟนบอลสิงโตน้ำเงินคราม ด้วยการยิงประตูในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ถ้วยยุโรปมาครองได้สำเร็จ เมื่อปี 2021
หลังจากนั้นเชลซีมีการปรับทัพ และทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปหาความท้าทายครั้งใหม่กับทีมร่วมกรุงลอนดอนอย่าง อาร์เซนอล
ซึ่งเขาถูกวิจารณ์หนักมากในช่วงแรกที่ได้มาร่วมงานกับ มิเกล อาร์เตตา แต่เขายังก้มหน้าก้มตาทำงานหนักต่อไป และปรับตัวในการเล่นในหลากหลายตำแหน่งที่อาร์เตตามอบหมายให้ไม่ว่าจะเป็นกองกลางตัวรุก, ฟอลส์ไนน์ และ กองหน้าตัวเป้า
มาจนถึงวันนี้ ฮาแวร์ตซ์ ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นต่อไปถึงศักยภาพที่มี แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแสดงให้เห็นอย่างไม่ต้องสงสัยคือความทุ่มเทและพร้อมทำเพื่อทีมเสมอทุกครั้งที่ได้รับโอกาส