นักเตะจากบราซิลนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับเรื่องทักษะในการเล่นฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นในตำแหน่งแนวรุกซึ่งถือเป็นจุดขายของสไตล์ฟุตบอลแบบแซมบ้า
เช่นเดียวกับเรื่องราวของ อิกอร์ เฆซุส ดาวยิงชาวบราซิล วัย 25 ปี ที่กำลังไล่ล่าความฝันในการเป็นนักเตะระดับโลกของเขาอยู่กับทางน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ สโมสรดังในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อยู่ในเวลานี้
อิกอร์ เฆซุส เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปี 2001 ที่เมืองคูยาบา ประเทศบราซิล โดยเขาได้เริ่มต้นเส้นทางของตัวเองกับทีมเยาวชนของสโมสรดังในแดนแซมบ้าอย่าง คอริติบา เมื่อปี 2015 ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุแค่ 13 ปี ก่อนจะใช้เวลาในการพัฒนาฝีเท้าอยู่กับสโมสรแห่งนี้ในตำแหน่งกองหน้าอยู่หลายปี จนสุดท้ายโอกาสในการเป็นนักเตะอาชีพของเขาก็มาถึง
เฆซุส ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรคอริติบา เมื่อปี 2019 โดยเกมแรกของตัวเองนั้น เขาลงเล่นในฐานะตัวสำรองในการพบกับ มารินกา ก่อนที่อีก 7 วันต่อมา เขาจะยิงประตูแรกของตัวเองให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ในเกมกับแอธเลติโก พารานาเอนเซ ก่อนที่อีกสองเดือนต่อมาเขาจะได้รับการเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกของตัวเอง ในเดือนมีนาคม ปี 2019
หลังเซ็นสัญญา เขาถูกปล่อยตัวไปค้าแข้งในแถบตะวันออกกลางกับสโมสรชาบับ อัล อาห์ลี สโมสรในสหรัฐอารับเอมิเรตส์ ก่อนจะระเบิดฟอร์มแบบพลุแตก ด้วยการยิงไป 34 ประตู จากการลงสนามแค่ 66 นัด ในช่วงปี 2020-24 แม้ว่านี่จะเป็นการเดินทางออกไปเล่นในต่างประเทศของตัวเองด้วยซ้ำ

หลังจากเสร็จสิ้นการค้าแข้งในตะวันออกกลาง ดาวยิงรายนี้ได้เลือกที่จะย้ายกลับมาเล่นในลีกบ้านเกิดกับทางสโมสรโบตาโฟโก ก่อนจะยิงไป 2 ประตู ในเกมฟุตบอลสโมสรโลก ปี 2025 โดยเป็นการยิงใส่ซีแอตเทิล ซาวเดอร์ส สโมสรจากสหรัฐอเมริกา 1 ประตู ส่วนอีกลูกเป็นการสร้างชื่อที่เขายิงใส่ทีมดังจากฝรั่งเศสอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และช่วยพาทีมผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ของทัวร์นาเมนต์นี้ได้สำเร็จ
และหลังจากนั้นแค่ไม่กี่เดือน เขาก็ได้รับโอกาสย้ายไปหาความท้าทายในยุโรปกับลีกที่นักฟุตบอลหลายคนฝันถึงอย่างพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จัดการเซ็นสัญญาเขาไปร่วมทัพด้วยสัญญา 4 ปี พร้อมค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลนี้
ซึ่งเส้นทางของซีซันแรกของเขาในพรีเมียร์ ลีก นั้น ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่งานง่าย เมื่อสถานการณ์ของทีมนั้นต้องหล่นไปอยู่ในค่อนท้ายตาราง พร้อมกับภารกิจการหนีตกชั้น
โดยกองหน้าชาวบราซิลรายนี้ก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญให้กับฟอเรสต์ในทุกถ้วยที่พวกเขาได้ลงเล่น โดยยิงในพรีเมียร์ ลีกไป 6 ประตู, ในเกมคาราบาว คัพ อีก 2 ประตู แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ การยิงในถ้วยยุโรป อย่าง ยูโรปา ลีก ไปถึง 7 ประตู
แม้ว่าผลงานของเขาและทีมเจ้าป่าอาจจะดูเหมือนต้องปรับปรุงอีกเยอะในอนาคต แต่จากสถิติที่ออกมา ก็เริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีศักยภาพในการจะค้าแข้งในเวทียุโรป และต้องมาติดตามกันว่าเขาจะสามารถต่อยอดความสามารถของตัวเองได้อย่างไรบ้างในอนาคต