โคลด มาเกเลเล่ – สุดยอดตำนานกองกลางตัวรับ

หากจะพูดถึงผู้เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดตลอดกาล หนึ่งในนักเตะที่หลายคนต้องนึกถึงนั้นคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โคลด มาเกเลเล่ ตำนานกองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ที่เคยสร้างชื่อกับสโมสรดังอย่าง เรอัล มาดริด และ เชลซี มาแล้ว

มาเกเลเล่ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 1973 ที่ประเทศคองโก ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะย้ายมาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 1977 ซึ่งตอนนั้นเขาเพิ่งอายุแค่ 4 ขวบเท่านั้น

มาเกเลเล่ เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลด้วยการเซ็นสัญญาเข้าสู่ทีมเยาวชนของเมลุน ดัมมารี ด้วยวัย15 ปี และเล่นที่นั่นอยู่ 1 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่กับอคาเดมีของแบรสต์

แต่สโมสรแรกที่เขาได้กลายเป็นนักเตะอาชีพอย่างเต็มตัว คือ น็องต์ ซึ่งเขาเซ็นสัญญากับสโมสรแห่งนี้ เมื่อปี 1991 ซึ่งตอนนั้นเขาเพิ่งอายุ 18 ปี ด้วยความเชื่อมั่นของสโมสรว่า เขาจะกลายเป็นเอ็มมานูเอล เปอร์ตี คนใหม่

มาเกเลเล่ แม้จะไม่ได้รูปร่างสูงใหญ่เท่าไรนัก แต่เขามีจุดเด่นเรื่องการอ่านเกมและการแย่งบอลที่ยอดเยี่ยมและเรียกได้ว่านี่คือต้นตำรับของกองกลางตัวรับในฝันของโค้ชทุกคน ซึ่งเขาได้อยู่ในทีมของน็องต์ทันทีตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 และพาทีมคว้าแชมป์ ลีก เอิง ด้วยหนึ่งสมัย เมื่อปี 1995

โคลด มาเกเลเล่ - สุดยอดตำนานกองกลางตัวรับ

หลังจากนั้นเขาได้รับโอกาสย้ายไปเล่นให้กับสโมสรที่มีชื่อเสียงกว่าอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย เมื่อปี 1997 แต่จากนั้นแค่ปีเดียวก็ย้ายไปหาความท้าทายครั้งใหม่ในสเปนกับ เซลตา บีโก

กับการค้าแจ้งในลีกกระทิงดุนั้น เขายังคงเป็นเหมือนมดงานที่คอยขับเคลื่อนเกมอยู่เบื้องหลังทัพเซลตา บีโก และสุดท้ายถูกดึงเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง เรอัล มาดริด เมื่อปี 2000 ซึ่งเขาได้กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในการทำงานเก็บกวาดให้เราแนวรุกชื่อดังของทีม ไม่ว่าจะเป็นซีดาน, โรนัลโด, หลุยส์ ฟิโก หรือ เดวิด เบ๊กแฮม

มาเกเลเล่ คว้าแชมป์มากมายกับเรอัล มาดริด ทั้ง ลา ลีกา สเปน สองสมัย, ซูเปอร์ คัพ สเปน สองสมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย และ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ อีก 1 สมัย

หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นในอังกฤษกับ เชลซี เมื่อปี 2003 ในยุคของกุนซืออย่าง โชเซ มูรินโญ ที่วางเขาเป็นหัวใจสำคัญของทีม ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในอังกฤษ ด้วยการกวาดแชมป์ทั้ง พรีเมียร์ ลีก สองสมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ สองสมัย

หลังจบช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่กับเชลซี เขาย้ายกลับไปเล่นในฝรั่งเศสกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนจะแขวนสตั๊ดกับสโมสรแห่งนี้เมื่อปี 2011

เรื่องราวของ มาเกเลเล่ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าแม้เขาอาจจะไม่ใช่คนที่มีสไตล์การเล่นที่หวือหวาเหมือนกับเหล่าผู้เล่นเกมรุก แต่เป็นคนสำคัญที่คอยขับเคลื่อนเกมและตัดเกมของคู่แข่งเพื่อรักษาสมดุลอันนำมาสู่ชัยชนะของทุกทีมที่เขาเคยเล่นด้วย