วงการสนุกเกอร์อาชีพโลกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ เวิลด์ สนุกเกอร์ ทัวร์ (World Snooker Tour หรือ WST) ประกาศยกเลิกเงินรางวัลโบนัสพิเศษ 2 รายการที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ โบนัส 147,000 ปอนด์ สำหรับนักกีฬาที่ทำแม็กซิมัมเบรก (147 แต้ม) ได้ 2 ครั้งในรายการระดับเมเจอร์ และโบนัส 100,000 ปอนด์ สำหรับนักกีฬาที่ทำเซ็นจูรีเบรกครบ 100 ครั้งภายในฤดูกาลเดียว
WST ระบุว่า โบนัสทั้งสองประเภทถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางใหม่ในการตอบแทนผลงานอันยอดเยี่ยมของนักกีฬา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมาตรฐานการแข่งขันของนักสนุกเกอร์อาชีพทั่วโลกพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผลงานที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องพิเศษ กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นในทัวร์อาชีพ โดยฤดูกาล 2025/26 ที่ผ่านมา มีการทำแม็กซิมัมเบรกเกิดขึ้นถึง 24 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของการแข่งขันใน WST ทำให้ฝ่ายจัดมองว่าไม่จำเป็นต้องใช้โบนัสพิเศษเพื่อกระตุ้นนักกีฬาอีกต่อไป
สำหรับโบนัสแม็กซิมัมเบรกนั้น ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในฤดูกาล 2023/24 โดยกำหนดให้นักกีฬาที่ทำ 147 แต้มได้ 2 ครั้งในการแข่งขันกลุ่มทริปเปิลคราวน์ (Triple Crown) รับเงินรางวัลพิเศษ 147,000 ปอนด์ นอกเหนือจากเงินรางวัลเบรกสูงสุดประจำรายการ ต่อมามีการขยายเงื่อนไขให้ครอบคลุมการแข่งขันรายการใหญ่ 4 รายการ รวมถึง Saudi Arabia Snooker Masters ด้วย

ในฤดูกาลล่าสุด มีนักกีฬาถึง 3 คนที่สามารถคว้าโบนัสดังกล่าวได้สำเร็จ ได้แก่ แจ็คสัน เพจ, รอนนี โอซุลลิแวน และ จาง ปิงหยู โดยแต่ละคนได้รับเงินโบนัสคนละ 147,000 ปอนด์จากความสำเร็จในการทำแม็กซิมัมเบรกตามเกณฑ์ที่กำหนด
ขณะเดียวกัน โบนัส 100,000 ปอนด์ สำหรับนักกีฬาที่ทำเซ็นจูรีเบรกครบ 100 ครั้งในหนึ่งฤดูกาล ก็ถูกยกเลิกเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นรางวัลที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยผู้เล่นคนล่าสุดที่คว้าโบนัสดังกล่าวคือ จัดด์ ทรัมป์ ที่ทำเซ็นจูรีเบรกทะลุหลัก 100 ครั้งในฤดูกาล 2024/25 และรับเงินรางวัลพิเศษ 100,000 ปอนด์ไปครอง
สถิติการทำเซ็นจูรีครบ 100 ครั้งในฤดูกาลเดียวถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประวัติศาสตร์สนุกเกอร์อาชีพ โดยก่อนหน้าทรัมป์ มีเพียง นีล โรเบิร์ตสัน ในฤดูกาล 2013/14 และทรัมป์เองในฤดูกาล 2019/20 ที่เคยทำได้สำเร็จเท่านั้น
แม้โบนัสทั้งสองประเภทจะถูกยกเลิก แต่ WST ยืนยันว่าเงินรางวัลสำหรับเบรกสูงสุด (Highest Break Prize) ของแต่ละรายการยังคงมีอยู่ตามปกติ นักกีฬาที่ยังสามารถทำเบรกสูง