ผู้เชี่ยวชาญ – เชื่อถึงเวลาปรับระบบจัดแรงกิ้งสนุกเกอร์โลก หลังกระแสเรียกร้องเริ่มหนาหู

เสียงเรียกร้องให้วงการสนุกเกอร์อาชีพกลับไปใช้ระบบจัดอันดับแบบ “คะแนนสะสม” แทนระบบ “เงินรางวัลสะสม” กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด เดวิด เฮนดอน นักพากย์ นักข่าว และนักเขียนชื่อดังของวงการ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ปัจจุบันการจัดอันดับโลกของเวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์ (WST) ใช้ระบบคำนวณจากเงินรางวัลสะสมในรายการจัดอันดับตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โดยเงินรางวัลที่นักกีฬาทำได้จะถูกนำมารวมในอันดับโลก และเมื่อครบ 2 ปี เงินรางวัลจากช่วงเวลาเดียวกันจะถูกตัดออกจากการคำนวณ

อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่า สามารถสะท้อนผลงานที่แท้จริงของนักกีฬาได้หรือไม่

แม้ระบบเงินรางวัลจะถูกนำมาใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2014/15 ในยุคของ แบร์รี เฮิร์น ที่เข้ามาปฏิรูปวงการ แต่ปัญหาสำคัญคือเงินรางวัลของแต่ละรายการมีความแตกต่างกันอย่างมาก

ตัวอย่างเช่น แชมป์โลกได้รับเงินรางวัลสูงถึง 500,000 ปอนด์ ขณะที่แชมป์รายการ Home Nations ได้รับเพียง 100,000 ปอนด์ ส่งผลให้รายการใหญ่เพียงรายการเดียวสามารถส่งผลต่ออันดับโลกอย่างมหาศาล

กรณีของ ลูกา เบรเซล เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด หลังคว้าแชมป์โลกปี 2023 และรับเงินรางวัล 500,000 ปอนด์ เขากลับไม่สามารถรักษาฟอร์มได้ในช่วงสองฤดูกาลถัดมา โดยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศรายการจัดอันดับได้เพียงครั้งเดียว

ถึงกระนั้น เบรเซลยังคงรักษาตำแหน่งในกลุ่มท็อป 8 ของโลกได้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากเงินรางวัลจากแชมป์โลกยังคงอยู่ในระบบ

แต่เมื่อเงินรางวัลก้อนดังกล่าวถูกตัดออกหลังจบศึกชิงแชมป์โลกปี 2025 อันดับของเขากลับร่วงฮวบ หลุดทั้งท็อป 16 และท็อป 32 ของโลกทันที จนฤดูกาลนี้อาจต้องต่อสู้เพื่อรักษาสถานะบนทัวร์อาชีพเอาไว้

ผู้เชี่ยวชาญ - เชื่อถึงเวลาปรับระบบจัดแรงกิ้งสนุกเกอร์โลก หลังกระแสเรียกร้องเริ่มหนาหู

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การกลับมาใช้ระบบจับสายแข่งขันแบบแบ่งระดับ (Tiered Draw) ระบบนี้เปิดโอกาสให้นักกีฬามืออันดับสูงเข้าสู่การแข่งขันในรอบลึกกว่า ขณะที่ผู้เล่นอันดับต่ำต้องเริ่มตั้งแต่รอบแรก

ยกตัวอย่างในรายการใหญ่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เช่น Saudi Arabia Masters, UK Championship และ World Championship นักกีฬาท็อป 16 ของโลกได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบ 32 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ นั่นหมายความว่าหากพวกเขาชนะเพียงนัดเดียว ก็จะได้รับเงินรางวัลการันตีทันทีรวม 75,000 ปอนด์จากทั้งสามรายการ

ในทางกลับกัน นักกีฬากลุ่มล่างของทัวร์บางรายอาจต้องชนะถึง 14 แมตช์ เพื่อเก็บเงินรางวัลในจำนวนเท่ากัน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายมองว่าระบบเงินรางวัลปัจจุบันยิ่งสร้างความได้เปรียบให้กับผู้เล่นระดับบน และทำให้การไต่อันดับของผู้เล่นหน้าใหม่เป็นเรื่องยากขึ้น

เดวิด เฮนดอน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Totally Snookered Vodcast ว่า “ผมคิดว่าตอนนี้มันมาถึงจุดที่พวกเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนระบบจัดอันดับแล้ว”

นอกจากนี้ เขายังเสนอให้มีการปรับเกณฑ์ตกชั้นจากทัวร์อาชีพด้วย ปัจจุบันผู้เล่นที่อยู่นอก 64 อันดับแรกมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียสถานะนักกีฬาอาชีพ แต่เฮนดอนมองว่าตัวเลขดังกล่าวเข้มงวดเกินไป

“ผมคิดว่าการตัดที่อันดับ 64 รุนแรงเกินไป นักกีฬาที่อยู่ในช่วงอันดับ 60 กว่ายังเป็นผู้เล่นระดับสูงมาก แต่ต้องอยู่ภายใต้ความกดดันมหาศาลเพื่อรักษาสถานะบนทัวร์”

เขาเสนอให้ขยายเกณฑ์ดังกล่าวไปถึงประมาณอันดับ 80 พร้อมยกเลิกระบบ Q School และเพิ่มโควตาจากการแข่งขัน Q Tour เพื่อช่วยพัฒนาวงการสมัครเล่นให้แข็งแกร่งขึ้น