สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) เผยความสำเร็จในช่วงเริ่มต้นของโครงการส่งเสริมบทบาทโค้ชหญิง หลังการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2026 (VNL 2026) สัปดาห์แรก มีถึง 13 จาก 18 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน ลงทะเบียนโค้ชหญิงเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานอย่างเป็นทางการ
รายชื่อโค้ชหญิงที่เข้าร่วมการแข่งขันประกอบด้วย เฮเลีย โรเจริโอ เด ซูซา ปินโต (บราซิล), แคโรลิน โอดไวเออร์ (แคนาดา), หยาง ห่าว (จีน), คาร์เมน โคคาร์ (เช็กเกีย), แคนดิดา เอสเตฟานี อาเรียส เปเรซ (สาธารณรัฐโดมินิกัน), ซาบรินา ดริดี (ฝรั่งเศส), โลแกน ทอม (เยอรมนี), ชิซูกะ มิชิมะ (ญี่ปุ่น), เฮนเรียนเนอ แฟร์ฮุก (เนเธอร์แลนด์), อักนีสกา รับกา (โปแลนด์), เยเลนา บลาโกเยวิช (เซอร์เบีย), ทายยีบา ฮานีฟ-พาร์ก (สหรัฐอเมริกา) และ อรอุมา สิทธิรักษ์ ตำนานวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของ “โครงการส่งเสริมโค้ชหญิง” ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร FIVB เมื่อปี 2025 โดยมีเป้าหมายให้ทุกทีมชาติหญิงที่เข้าร่วมการแข่งขัน VNL ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป มีโค้ชหญิงอย่างน้อย 1 คนในทีมงาน
FIVB ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการเพิ่มจำนวนผู้หญิงในสายงานโค้ช เพิ่มการมองเห็นบทบาทของผู้หญิงในวงการวอลเลย์บอล และเปิดโอกาสให้โค้ชหญิงได้สั่งสมประสบการณ์ในระดับนานาชาติสูงสุด

นอกจากนี้ FIVB ยังสนับสนุนด้านการเงินแก่ทีมชาติหญิงที่ลงทะเบียนโค้ชหญิงผ่านระบบอย่างเป็นทางการ และทีมที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวจะได้รับสิทธิ์เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่บนม้านั่งข้างสนามจาก 5 คน เป็น 6 คนอีกด้วย
แนวทางดังกล่าวยังถูกขยายไปสู่การแข่งขันระดับเยาวชน โดยการแข่งขันชิงแชมป์โลกในรุ่นอายุต่าง ๆ จะกำหนดให้ทุกทีมต้องมีโค้ชหญิงอย่างน้อย 1 คนในรายชื่อทีม รวมถึงการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงอายุต่ำกว่า 17 ปี ชิงแชมป์โลก 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 สิงหาคมนี้ ที่กรุงซานติอาโก ประเทศชิลี
FIVB ระบุว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ปี 2032 ที่มุ่งทำให้กีฬาวอลเลย์บอลเข้าถึงได้ง่าย มีความเท่าเทียม และเปิดโอกาสสำหรับทุกคน
ปัจจุบันวอลเลย์บอลได้รับการยกย่องว่าเป็นกีฬาประเภททีมที่มีความเท่าเทียมทางเพศมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ทั้งในด้านเงินรางวัล การมีส่วนร่วม กติกาการแข่งขัน และฐานแฟนกีฬา ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา “Together as One” ของ FIVB ที่เน้นโอกาส การมองเห็น และความเคารพที่เท่าเทียมกันทั้งในและนอกสนาม
จากการเริ่มต้นของ VNL 2026 แสดงให้เห็นว่าแนวทางดังกล่าวกำลังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมบทบาทและศักยภาพของผู้หญิงในวงการกีฬาระดับโลก