ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก 2026 ที่เตรียมจะกลับมาแข่งขันกันในอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 26 กรกฎาคม 2026 โดย สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้กำหนดสนามแข่งขันครบทั้ง 4 สัปดาห์ ประกอบด้วย รอบแรก ที่จะใช้เวลาแข่งขัน 3 สัปดาห์ ขณะที่รอบสุดท้ายปีนี้จะแข่งกันที่ มาเก๊า ออกมาเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย
สัปดาห์ 1 : บราซิล, จีน, แคนาดา
สัปดาห์ 2 : ตุรกี, ฟิลิปปินส์, ไทย
สัปดาห์ 3 : ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, เซอร์เบีย
รอบสุดท้าย : มาเก๊า
ขณะที่รูปแบบการแข่งขันจะยังคงยึดกฎกติกาเหมือนกับปี 2025 คือมีทั้งหมด 18 ชาติ ลงแข่งขัน และยกเลิกระบบ ทีมหลัก (Core Teams) และ ทีมชาเลนเจอร์ (Challenger team) ทำให้ทุกทีมสามารถตกชั้นได้หมด
โดยทีมอันดับ 18 ของตาราง จะต้องตกชั้นไม่ได้ลงแข่งขันในปี 2027 และจะให้สิทธิ์ทีมที่มีอันดับโลกสูงที่สุดที่ไม่ได้เข้าแข่งขันในปี 2026 ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นแทน

สรุปรายชื่อ 18 ชาติ ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 แบ่งเป็นโซนได้ดังนี้
โซนยุโรป : อิตาลี, โปแลนด์, ตุรกี, เนเธอร์แลนด์, เซอร์เบีย, เยอรมนี, สาธารณรัฐเช็ก, ฝรั่งเศส, เบลเยียม, บัลแกเรีย และ ยูเครน (น้องใหม่)
โซนอเมริกาใต้ : บราซิล
โซนนอร์เซกา : สหรัฐอเมริกา, โดมินิกัน, แคนาดา
โซนเอเชีย : จีน, ญี่ปุ่น, ไทย
สำหรับ ประเทศไทย ที่ได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในสัปดาห์ที่สอง จะใช้สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก จัดการแข่งขันช่วงระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569 ถือเป็นโอกาสดีที่แฟนลูกยางชาวไทยจะได้ชม และเชียร์แบบติดขอบสนาม
ส่วนผลงานของ วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่โดดเด่นที่สุดในปี 2025 คือการโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในมหกรรมกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยสามารถ ป้องกันเหรียญทอง คว้าแชมป์สมัยที่ 17 ทั้งยังเป็นแชมป์สมัยที่ 15 ติดต่อกัน หลังจากเอาชนะทีมชาติเวียดนาม ไปได้แบบสุดระทึก 3-2 เซต ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก
ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันในปี 2026 ของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย มี 3 รายการสำคัญรออยู่ ประกอบด้วย วอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ลีก 2026, ชิงแชมป์เอเชีย (ลุ้นตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028) และ เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น