จิมมี ฟลอยด์ ฮัดเซลแบงค์ คือศูนย์หน้าที่โด่งดัง และสุดอันตรายคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้น 2000 ด้วยฝีเท้าที่ครบเครื่อง ทั้งความเร็ว การหาพื้นที่ในเขตโทษ และการจบสกอร์อันทรงพลัง
ฮัดเซลแบงค์ เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1972 ที่เมืองพารามาริโบ ประเทศซูรินาม ก่อนจะย้ายมาเติบโตในประเทศเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่วัยเด็ก เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับทีมท้องถิ่นอย่าง เอสซี เทลสตาร์ แต่เส้นทางอาชีพของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนดาวรุ่งหลายคน เพราะในช่วงแรกเขาไม่ได้รับการเหลียวแลจากสโมสรใหญ่ๆ ของดัตช์ และต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง
หลังจากใช้เวลาช่วงต้นกับทีมเล็ก ๆ ในบ้านเกิด เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ เอแซด อัล์กมาร์ ในปี 1995 และเริ่มฉายแววศูนย์หน้าที่มีความอันตรายในกรอบเขตโทษ ความสามารถในการยิงประตูจากทุกมุมทุกองศาทำให้เขาเริ่มได้รับความสนใจจากสโมสรต่างประเทศ ก่อนที่ในปี 1997 เขาจะตัดสินใจย้ายออกจากเนเธอร์แลนด์แลนด์ ไปผจญภัยในลีกโปรตุเกสกับ โบอาวิสตา เอฟซี ที่ซึ่งเขาเริ่มสร้างชื่ออย่างแท้จริง
เพียงฤดูกาลเดียวในลีกโปรตุเกส ฮัดเซลแบงค์ระเบิดฟอร์มยิงไป 20 ประตู ช่วยให้โบอาวิสตาคว้าแชมป์บอลถ้วย และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก ดึงตัวเขามาร่วมทีมในปี 1997 การย้ายมาสู่แดนผู้ดีคือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เพราะเขากลายเป็นดาวยิงขวัญใจแฟนบอลเอลแลนด์ โร้ดทันที ด้วยสไตล์การเล่นที่ตรงไปตรงมา แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยพลังการยิงอันหนักหน่วง
ในฤดูกาล 1998/99 ฮัดเซลแบงค์ยิงไปถึง 18 ประตูในลีก คว้ารางวัล ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ร่วมกับ ไมเคิล โอเวน และ ดไวท์ ยอร์ก ก่อนจะย้ายไปเล่นในสเปนกับ แอตเลติโก มาดริด ในปี 1999 ที่นั่นเขายังโชว์ความเฉียบคมเช่นเดิม ยิงไปกว่า 24 ประตูในฤดูกาลเดียว แม้ทีมจะตกชั้นอย่างน่าเสียดายก็ตาม แต่ผลงานของเขาก็เพียงพอให้หลายทีมในอังกฤษหันกลับมามองอีกครั้ง

ปี 2000 คือช่วงเวลาที่ชื่อของ จิมมี ฟลอยด์ ฮัดเซลแบงค์ กลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง เมื่อเขาย้ายมาร่วมทัพ เชลซี ด้วยค่าตัวราว 15 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติของสโมสรในเวลานั้น และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะในฤดูกาลแรกกับสิงห์บลูส์ เขากดไปถึง 23 ประตูในลีก คว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่สองในอาชีพ พร้อมพาเชลซีจบอันดับท็อป 4 ได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วงเวลาของฮัดเซลแบงค์กับเชลซีถือเป็นยุคที่เขาพีคที่สุด เขายิงประตูให้ทีมรวมทุกรายการกว่า 87 ประตูจาก 177 นัด มีลูกยิงไกลและฟรีคิกทรงพลังที่กลายเป็นภาพจำของแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะเกมที่เขายิงใส่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และลิเวอร์พูลอย่างสุดสวยในยุคนั้น
หลังจากอำลาเชลซีในปี 2004 เขายังค้าแข้งต่อกับ มิดเดิลสโบรห์, ชาร์ลตัน แอธเลติก และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2008 ปิดฉากเส้นทางอาชีพที่ฝากผลงานไว้กว่า 250 ประตูจากการลงสนามมากกว่า 450 นัด
หลังเลิกเล่น ฮัดเซลแบงค์ผันตัวมาเป็นโค้ช โดยเริ่มต้นในฐานะผู้ช่วย ก่อนจะได้โอกาสคุมทีมเต็มตัวกับ เบอร์ตัน อัลเบียน และ ควีนส์ ปาร์ก เรนเจอร์ส รวมถึงเคยเป็นหนึ่งในทีมสตาฟฟ์ของ ทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ในช่วงฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์
นี่คืออีกหนึ่งดาวยิงที่ยิงประตูเป็นว่าเล่น และแฟนฟุตบอลโดยเฉพาะพรีเมียร์ ลีก น่าจะจดจำชื่อ จิมมี ฟลอยด์ ฮัดเซลแบงค์ ได้เป็นอย่างดี