ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ – แบ็กขวาบราซิลชุดแชมป์โลก และผู้ยิงประตูสร้างความสำเร็จให้บาร์ซ่า

ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ คือหนึ่งในนักฟุตบอลบราซิลที่ชื่ออาจไม่ถูกกล่าวถึงบ่อยเท่าซูเปอร์สตาร์ร่วมยุคอย่าง โรนัลดินโญ่, โรนัลโด้ หรือคาฟู แต่ก็มีแฟนบอลหลายคนเช่นกันที่จดจำเขาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะแฟนบาร์เซโลนา ในฐานะแบ็กขวาผู้พาทีมประสบความสำเร็จมากมาย

ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1976 ที่เมืองคาสคาเวล รัฐปารานา ประเทศบราซิล เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่รักฟุตบอลเช่นเดียวกับคนบราซิลทั่วไป เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังจากทีมเยาวชนในบ้านเกิด ก่อนจะได้โอกาสเข้าสู่อคาเดมีของ ครูเซโร สโมสรดังของบราซิล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นฟูลแบ็กที่ครบเครื่องทั้งเกมรับและเกมรุก เบลเล็ตติไม่ใช่นักเตะที่โดดเด่นด้านทักษะหวือหวา แต่สิ่งที่เขามีคือความเข้าใจเกม การยืนตำแหน่ง และความขยันที่ทำให้โค้ชไว้วางใจ

ผลงานกับครูเซโรทำให้เบลเล็ตติเริ่มเป็นที่จับตามองในวงการลูกหนังบราซิล และในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เขาก็ได้ย้ายไปค้าแข้งในยุโรปกับ บียาร์เรอัล สโมสรจากสเปน ซึ่งในเวลานั้นยังไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่เหมือนปัจจุบัน การปรับตัวในลาลีกาไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแบ็กขวาชาวบราซิลรายนี้ แต่เบลเล็ตติใช้ความสม่ำเสมอและวินัยในเกมรับเป็นจุดแข็ง ค่อยๆ ยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างมั่นคง และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมเรือดำน้ำสีเหลืองในช่วงที่สโมสรเริ่มสร้างชื่อบนเวทียุโรป

ฟอร์มอันสม่ำเสมอกับบียาร์เรอัล ทำให้เบลเล็ตติถูกเรียกติดทีมชาติบราซิล และเป็นหนึ่งในขุนพลชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น แม้เขาจะไม่ได้เป็นตัวหลักในทัวร์นาเมนต์นั้น แต่การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์โลกถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอล และเป็นหลักฐานยืนยันถึงคุณภาพของเขาในฐานะแบ็กขวาระดับนานาชาติ

ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ - แบ็กขวาบราซิลชุดแชมป์โลก และผู้ยิงประตูสร้างความสำเร็จให้บาร์ซ่า

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเบลเล็ตติเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2004 เมื่อเขาย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลนา ภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ ไรจ์การ์ด ที่กำลังสร้างทีมยุคใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยแข้งพรสวรรค์อย่าง โรนัลดินโญ่, ซามูเอล เอโต้, ชาบี เอร์นานเดซ และอันเดรส อิเนียสต้า ในทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ เบลเล็ตติไม่ใช่นักเตะที่ถูกคาดหวังให้เป็นตัวชูโรง แต่เขากลับกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้ ด้วยบทบาทแบ็กขวาที่เน้นความสมดุลและการสนับสนุนเกมรุกอย่างมีประสิทธิภาพ

ฤดูกาล 2005/06 คือฤดูกาลที่ทำให้ชื่อของชูเลียโน่ เบลเล็ตติถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดกาล นัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่บาร์เซโลนาพบกับอาร์เซนอล ณ สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ เบลเล็ตติเริ่มเกมในฐานะตัวสำรอง แต่ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลัง และในนาทีที่ 80 เขากลายเป็นฮีโร่ด้วยการยิงประตูชัยจากจังหวะสอดขึ้นมายิงมุมแคบ ส่งบอลผ่านมือเยนส์ เลห์มันน์ เข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด ประตูนั้นไม่เพียงพาบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่สอง แต่ยังเป็นประตูเดียวในอาชีพของเบลเล็ตติที่มีคุณค่ามากที่สุด และถูกจดจำไปตลอดชีวิต

หลังประสบความสำเร็จกับบาร์เซโลนา เบลเล็ตติย้ายไปค้าแข้งกับเชลซีในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในปี ค.ศ. 2007 แม้จะไม่ได้เป็นตัวหลักอย่างสม่ำเสมอ แต่เขายังคงมีบทบาทสำคัญในทีมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และคอมมูนิตี้ ชิลด์ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับฟลูมิเนนเซในช่วงปลายอาชีพ และประกาศแขวนสตั๊ดในปี ค.ศ. 2010

หลังเลิกเล่นฟุตบอล เบลเล็ตติหันมาทำงานด้านโค้ช โดยเริ่มต้นจากการเป็นโค้ชทีมเยาวชนของบาร์เซโลนา ถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดลูกหนังให้กับนักเตะรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ อาจไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ที่มีสถิติยิงประตูถล่มทลาย แต่สำหรับแฟนบาร์เซโลนา เขาคือฮีโร่ผู้ยิงประตูแห่งประวัติศาสตร์ และเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กที่ได้รับการจดจำด้วยความเคารพอย่างแท้จริงในโลกของฟุตบอล