เนลสัน เด เชซุส ซิลวา หรือที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักกันดีในชื่อ “ดีด้า” คือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่มีชื่อที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลบราซิล และเป็นนายทวารที่นิยามคำว่าเหนียวหนึบได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในช่วงพีคกับเอซี มิลาน ทำให้ชื่อของดีด้าถูกจารึกในฐานะหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับตำนานของยุโรป
ดีด้า เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ.1973 ที่เมืองอิราเราเบา รัฐบาเยีย ประเทศบราซิล เขาเติบโตในครอบครัวธรรมดา และเริ่มต้นชีวิตฟุตบอลเหมือนเด็กบราซิลทั่วไป ด้วยการเล่นฟุตบอลตามท้องถนนและสนามดิน เขาไม่ได้เป็นนักเตะที่ถูกจับตามองตั้งแต่แรก หากแต่ค่อย ๆ พัฒนาตัวเองผ่านระบบเยาวชนของสโมสรในประเทศ ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพอย่างจริงจังกับ วิตอเรีย สโมสรดังแห่งรัฐบาเยีย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ ปฏิกิริยาที่รวดเร็ว และความนิ่งเกินวัย ทำให้ดีด้าโดดเด่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูตั้งแต่อายุยังน้อย
ผลงานอันโดดเด่นกับวิตอเรียนำไปสู่การย้ายไปค้าแข้งกับครูเซโรในช่วงปลายทศวรรษ 1990 และที่นั่นเองเขาเริ่มเก็บเกี่ยวความสำเร็จระดับประเทศ ค.ศ.1998 ดีด้ามีบทบาทสำคัญในการพาครูเซโรคว้าแชมป์โคปา โด บราซิล ซึ่งถือเป็นถ้วยสำคัญและเป็นใบเบิกทางสู่เวทียุโรป ในปีเดียวกันเขาถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดลุยฟุตบอลโลก ค.ศ.1998 แม้จะไม่ได้ลงสนาม แต่การได้สัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกระดับสูงสุดก็เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ช่วยหล่อหลอมเขาในฐานะนักเตะอาชีพ
เส้นทางยุโรปของดีด้าเริ่มต้นเมื่อเขาย้ายไปร่วมทีมเอซี มิลาน ในปี ค.ศ.1999 แต่ช่วงแรกไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับโครินเธียนส์ และกลับไปสร้างชื่อในบ้านเกิดอีกครั้ง โดยเฉพาะในปี ค.ศ.2000 ที่เขาเป็นกำลังสำคัญพาโครินเธียนส์คว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ซึ่งจัดขึ้นที่บราซิล และที่สำคัญที่สุดคือผลงานการเซฟจุดโทษอันเด็ดขาดในนัดชิงชนะเลิศกับวาสโก ดา กามา ภาพของดีด้าที่ยืนตระหง่านบนเส้นประตูในช่วงดวลเป้ากลายเป็นหนึ่งในภาพจำของฟุตบอลบราซิลยุคนั้น

เมื่อกลับสู่เอซี มิลานอย่างเต็มตัว ดีด้าค่อย ๆ ยึดตำแหน่งมือหนึ่ง และกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมในยุคทองภายใต้การคุมทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ เขาเป็นผู้รักษาประตูที่โดดเด่นในเกมใหญ่ มีสมาธิสูง อ่านเกมขาด และมีความสามารถในการเซฟจุดโทษที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดคนหนึ่งในโลก ผลงานของเขาช่วยให้มิลานครองความยิ่งใหญ่ในยุโรป โดยเฉพาะแชมเปียนส์ ลีก ค.ศ.2003 ที่ดีด้ามีบทบาทสำคัญตั้งแต่รอบน็อกเอาต์จนถึงรอบชิงชนะเลิศที่เอาชนะยูเวนตุสในการดวลจุดโทษ และเขายังเป็นฮีโร่ในค่ำคืนประวัติศาสตร์อีกครั้งในปี ค.ศ.2007 เมื่อมิลานล้างแค้นลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 ได้สำเร็จ
นอกจากความสำเร็จในยุโรป ดีด้ายังเป็นกำลังหลักของมิลานในการคว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา ในฤดูกาล ค.ศ.2003/04 รวมถึงแชมป์โคปปา อิตาเลีย, ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ค.ศ.2007 ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จในระดับโลกของเขาอย่างแท้จริง เขายังสร้างสถิติเป็นผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีตในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้มากที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง และถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนายทวารที่นิ่งที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้
ในนามทีมชาติบราซิล ดีด้าคือมือหนึ่งในยุคต้นทศวรรษ 2000 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมแซมบ้าที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ค.ศ.2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น แม้จะไม่ได้ลงสนามในรอบสุดท้าย แต่บทบาทของเขาในทีมและคุณภาพระดับสูงทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะแชมป์โลก นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์โคปา อเมริกา ค.ศ.1999 และฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ ค.ศ.2005 ซึ่งทำให้ตู้เกียรติยศในนามทีมชาติของเขาเต็มไปด้วยถ้วยรางวัลระดับทวีปและระดับโลก
หลังอำลาเอซี มิลาน ดีด้ายังคงค้าแข้งต่อกับสโมสรอื่นในอิตาลีและบราซิล ก่อนจะแขวนถุงมืออย่างเป็นทางการ พร้อมทิ้งมรดกทางฟุตบอลไว้มากมาย ในฐานะผู้รักษาประตูชาวบราซิลที่เหนียวที่สุดในโลกคนหนึ่ง