ทีมชาติอียิปต์ เกือบกลายเป็นม้ามืดที่ส่ง อาร์เจนตินา แชมป์เก่าตกรอบฟุตบอลโลก หลังมีโอกาสขึ้นนำไปก่อน 2-0 แต่สุดท้ายกลายเป็นทัพฟ้าขาวที่พลิกแซงกลับมาเอาชนะไปได้แบบหวุดหวิดในช่วงท้ายเกม 3-2 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026
ทั้งนี้หากจะมองมาที่ฝั่งทีมชาติอียิปต์แล้วนั้น ในเกมนี้ มอสตาฟา ซิโก ที่แสดงให้ถึงความยอดเยี่ยมทั้งการเลี้ยงบอล ความเร็ว และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ในจังหวะที่เขายิงประตูให้อียิปต์ขึ้นนำ 2-0 ในเกมดังกล่าว
สำหรับ มอสตาฟา ซิโก เกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน ปี 1997 ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปิต์ ซึ่งชีวิตของเขาในช่วงก่อนฟุตบอลโลกครั้งนี้ แทบจะไม่มีใครรู้จักเขา เพราะเขาไม่ได้เริ่มต้นชีวิตด้วยการเล่นกับสโมสรใหญ่ ๆ แต่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาจนสุดท้ายก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศอียิปต์ในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการลูกหนัง
มอสตาฟา ซิโก ต้องเจอกับชีวิตที่ยากลำบากตั้งแต่เด็ก โดยเขาต้องทำงานในร้านเสื้อผ้าของที่บ้านตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากการสูญเสียคุณพ่อไป แต่สุดท้ายเขาก็ยังได้โอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเองต่อไป เพราะเป็นพี่ชายของเขาที่เสียสละความฝันในการเล่นฟุตบอลให้กับน้องชาย และไปทำงานของครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบแทน พร้อมกับตั้งชื่อเล่นให้น้องชายว่า ซิโก
ซิโก เริ่มต้นค้าแข้งในระดับอาชีพกับสโมสรเล็ก ๆ อย่าง กอมโฮเรียต เชบิน เมื่อปี 2016 โดยเขาเริ่มค้าแข้งในตำแหน่งปีก เพราะเป็นผู้เล่นที่มีจุดเด่นในการเลี้ยงบอลและความเร็วในการกระชาก

หลังจากนั้นเขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาเป็นหนึ่งในปีกระดับแนวหน้าบนเวทีลีกของประเทศอียิปต์ จนเริ่มได้รับความสนใจจากหลายสโมสร
โดยเมื่อปี 2019 เขาย้ายไปอยู่กับ ฮาราส เอล โฮดูด และยังคงเล่นได้โดดเด่น จนสุดท้ายก็ถูกทางสโมสรเซด คว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2023
ซึ่งหลังจากนั้นเขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะชื่อดังของลีกอียิปต์ และกลายเป็นดาวยิงประจำทีม โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาล 2024-25 ที่เขาโดดเด่นทั้งเรื่องการทำประตูและแอสซิสต์ให้กับทีมอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ปัจจุบันเขาย้ายมาเล่นกับพีรามิดส์ ตั้งแต่ปี 2025 ด้วยสัญญายาวถึงปี 2029 และสโมสรแห่งนี้ก็ทำให้เขาได้ปลดล็อกคว้าถ้วยแชมป์ระดับทวีปแอฟริกาใต้ อย่างรายการ ซีเอเอฟ แชมเปียนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ
และจากผลงานดังกล่าวทำให้เขาได้รับโอกาสจาก ฮุสซัม ฮัสซาน กุนซือทีมชาติอียิปต์ที่เรียกตัวเขามาดูฝีเท้าในช่วงแคมป์สุดท้ายก่อนฟุตบอลโลก 2026 และตัดสินใจใส่เขาเป็นหนึ่งในขุมกำลังนักเตะมัมมี่ในรายการนี้
และเจ้าตัวก็ได้แสดงให้ทั่วโลกได้เห็นถึงฝีเท้าอันยอดเยี่ยม และตอบแทนความเชื่อใจจากโค้ช และเชื่อได้เลยว่าหลังจากจบเวิลด์ คัพ ครั้งนี้ชื่อของเขาจะต้องถูกพูดถึงมากขึ้นแน่นอน