ครั้งหนึ่ง มักซี โรดริเกซ ถือเป็นนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ด้วยสถิติการยิงประตูกับ แอตเลติโก มาดริด และเป็นแกนหลักของทีมชาติยุคหนึ่ง ทำให้เขาได้รับความรัก และถูกแฟนบอลจดจำได้เป็นอย่างดี
มักซี โรดริเกซ เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ.1981 ที่เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา เมืองเดียวกับที่ให้กำเนิดตำนานลูกหนังอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และอังเคล ดิ มาเรีย ฟุตบอลคือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันตั้งแต่วัยเด็ก เขาเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ซึ่งหล่อหลอมให้เขาเป็นนักเตะที่มีความแข็งแกร่งทางจิตใจ เล่นเพื่อทีม และพร้อมทุ่มเททุกอย่างในสนาม
โรดริเกซเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับสโมสรนีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ทีมดังของเมืองโรซาริโอ และที่นี่เองที่เขาได้ฉายแววในฐานะกองกลางสารพัดประโยชน์ สามารถเล่นได้ทั้งปีก มิดฟิลด์ตัวรุก หรือกองกลางตัวกลาง จุดเด่นของเขาอยู่ที่ความเข้าใจเกม การยิงไกลที่หนักหน่วง และการสอดขึ้นมาทำประตูจากแถวสองได้อย่างอันตราย เขาประเดิมสนามชุดใหญ่ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 และกลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างรวดเร็ว โดยลงเล่นให้สโมสรไปกว่า 100 นัด ยิงได้ราว 20 ประตู ซึ่งถือว่าโดดเด่นสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง
ฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอทำให้เขาได้รับโอกาสย้ายไปค้าแข้งในยุโรปกับเอสปันญ่อล ในลาลีกา สเปน ช่วงต้นยุค 2000 ที่สเปน โรดริเกซต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับฟุตบอลยุโรปที่เน้นแท็กติกและความเข้มข้นสูง แต่เขาก็พิสูจน์ตัวเองได้ในที่สุด ด้วยความขยันและวินัย ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่โค้ชไว้วางใจเสมอ แม้จะไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ แต่บทบาทของเขาในทีมมีความสำคัญอย่างยิ่ง
จุดเปลี่ยนที่แท้จริงในอาชีพค้าแข้งของมักซี โรดริเกซ เกิดขึ้นเมื่อเขาย้ายไปแอตเลติโก มาดริด ในปี ค.ศ.2005 ที่ถิ่นบิเซนเต้ กัลเดร่อน เขากลายเป็นหัวใจในแดนกลางของทีมทันที เป็นทั้งผู้นำในสนามและนอกสนาม และยังได้รับปลอกแขนกัปตันทีมในช่วงเวลาหนึ่ง ตลอดระยะเวลาหลายฤดูกาลกับแอตเลติโก มาดริด เขาลงสนามมากกว่า 200 นัด ยิงได้ราว 60 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความอันตรายในการทำประตูของกองกลางรายนี้ได้อย่างชัดเจน

หนึ่งในช่วงเวลาที่ทำให้ชื่อของมักซี โรดริเกซ ถูกจารึกในความทรงจำของแฟนบอลทั่วโลก คือฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี เขายิงประตูชัยสุดสวยจากวอลเลย์เต็มข้อใส่เม็กซิโกในช่วงต่อเวลาพิเศษ พาอาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ประตูดังกล่าวถูกยกให้เป็นหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดของทัวร์นาเมนต์ และยังเป็นภาพจำของเขาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ เขายังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอาร์เจนตินาในโคปา อเมริกา หลายสมัย
ในระดับทีมชาติ โรดริเกซติดทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ระหว่างปี ค.ศ.2003–2014 ลงสนามมากกว่า 50 นัด ยิงได้ประมาณ 15 ประตู แม้เขาจะไม่ใช่ตัวหลักในทุกยุคทุกสมัย แต่ความอเนกประสงค์และความทุ่มเททำให้เขาเป็นนักเตะที่โค้ชหลายคนเลือกใช้งานอยู่เสมอ
ปี ค.ศ.2010 มักซี โรดริเกซ สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลด้วยการย้ายไปลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัว แม้จะอยู่ในช่วงปลายพีคของอาชีพ แต่เขายังแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะฤดูกาล 2011/12 ที่เขามีส่วนช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกคัพ
หลังจากนั้น โรดริเกซกลับไปค้าแข้งกับนีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ อีกครั้ง และปิดฉากอาชีพนักฟุตบอลกับสโมสรบ้านเกิดในปี ค.ศ.2017 อย่างสมศักดิ์ศรี ตลอดอาชีพค้าแข้ง เขาลงเล่นในระดับสโมสรและทีมชาติรวมกันมากกว่า 600 นัด ยิงได้ราว 120 ประตู และคว้าแชมป์ระดับสโมสรหลายรายการ ทั้งในอาร์เจนตินาและยุโรป
มักซี โรดริเกซ อาจไม่ใช่นักเตะที่ถูกพูดถึงในระดับเดียวกับซูเปอร์สตาร์ร่วมยุค แต่เขายังคงได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งของอาร์เจนตินายุคหนึ่งขณะนั้น