มาร์ก อัลเลน – ยอมรับยังทำใจกลับไปดูช็อตพลาดรอบตัดเชือก สอยคิวชิงแชมป์โลกไม่ได้

มาร์ก อัลเลน นักสอยคิวชื่อดังจากไอร์แลนด์เหนือ ยอมรับว่า จนถึงตอนนี้เขายังไม่สามารถทำใจกลับไปดูช็อตพลาดสำคัญในศึกสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2026 ได้ หลังจังหวะแทงดำลูกสุดท้ายพลาด กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาชวดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในอาชีพ

ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ อัลเลนต้องการอีกเพียงเฟรมเดียวเพื่อผ่านเข้าสู่รอบชิงฯ แต่กลับพลาดลูกดำที่ตั้งอยู่บนจุดดำ ก่อนเปิดโอกาสให้ อู๋ อี้เจ๋อ ดาวรุ่งวัย 22 ปีจากจีน กลับมาเอาชนะในเฟรมตัดสิน และเดินหน้าคว้าแชมป์โลกในเวลาต่อมา

นักแทงวัย 40 ปี เปิดเผยว่า ช่วงหลายสัปดาห์หลังความพ่ายแพ้ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขา แต่การทุ่มเทเวลาให้กับกิจกรรมการกุศลผ่านมูลนิธิของตัวเอง ช่วยให้เขาค่อยๆ ก้าวผ่านความผิดหวังได้

“มันเป็นช่วงเวลาที่หนักมาก ถ้าผมไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมเหล่านั้น บางทีผมอาจไม่ออกจากบ้านเลยก็ได้” อัลเลนกล่าวผ่าน BBC Radio Ulster

อัลเลนยังเล่าถึงช่วงเวลาสะเทือนใจหลังกลับบ้าน เมื่อเขาไปรับลูกสาว “ฮาร์ลีย์” หลังไม่ได้เจอกันนานสามสัปดาห์ และคำถามแรกที่ลูกสาวถามคือ “พ่อพลาดลูกดำนั้นได้ยังไง?”

“ผมถูกถามคำถามนี้มาเป็นล้านครั้งแล้ว และผมเองก็ยังตอบไม่ได้ มันเป็นการพลาดที่แย่มาก แต่ผมพยายามเต็มที่แล้ว วันนั้นมันแค่ไม่เป็นใจ” อัลเลนกล่าว

แม้จะผิดหวังกับตอนจบ แต่อัลเลนมองว่ายังมีเรื่องดีให้จดจำจากผลงานตลอดสองสัปดาห์ในเมืองเชฟฟิลด์ โดยเฉพาะการเข้าใกล้รอบชิงชนะเลิศมากที่สุดในอาชีพ

มาร์ก อัลเลน - ยอมรับยังทำใจกลับไปดูช็อตพลาดรอบตัดเชือก สอยคิวชิงแชมป์โลกไม่ได้

“ผมรู้ว่าตัวเองเล่นได้ดี แม้จะผิดหวังกับผลการแข่งขัน แต่นี่คือครั้งที่ผมเข้าใกล้รอบชิงที่สุด และผมต้องนำเรื่องนี้ไปต่อยอด”

หลังจบเกมรอบรองชนะเลิศ อัลเลนได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากแฟนสนุกเกอร์ จากการแสดงสปิริตนักกีฬา ด้วยการกล่าวยกย่อง อู๋ อี้เจ๋อ ทันที พร้อมยอมรับตรงไปตรงมาว่า

“ผมมีโอกาสของตัวเอง แต่ผมทำมันพังเอง ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเป็นผู้แพ้ที่แย่”

นอกจากนี้ อัลเลนยังเปรียบเส้นทางลุ้นแชมป์โลกของตัวเอง กับเส้นทางของ รอรี แมคอิลรอย โปรกอล์ฟชื่อดังชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่ใช้เวลานานกว่าจะคว้าแชมป์ระดับแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการได้สำเร็จในศึกเดอะ มาสเตอร์ส ปีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า อยากมีโอกาสพูดคุยกับแมคอิลรอย เพื่อเรียนรู้วิธีรับมือกับแรงกดดัน และสิ่งที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในที่สุด

ขณะเดียวกัน อัลเลนยังย้อนพูดถึงอีกหนึ่งจังหวะสำคัญในรอบรองชนะเลิศ นั่นคือเฟรมที่ 14 ซึ่งกลายเป็นเฟรมประวัติศาสตร์ที่ใช้เวลานานกว่า 100 นาที

ในช่วงหนึ่งของเฟรม มีลูกแดง 8 ลูกขวางลูกดำบริเวณหลุมมุมขวา และไม่มีการแทงลงเลยนานถึง 55 นาที โดยอัลเลนเลือกไม่รีแร็ก เพราะเชื่อว่าตัวเองคุมเกมได้ และมีความอดทนมากพอที่จะรอจังหวะชนะเฟรม

ท้ายที่สุด เขาจำเป็นต้องแทงโดนลูกดำลงหลุมจนเสียฟาวล์ และปล่อยให้ อู๋ อี้เจ๋อ กลับมาชนะเฟรมดังกล่าว

“ตอนนั้นคุณไม่ได้สนใจหรอกว่าคนดูคิดยังไง สิ่งเดียวที่คิดคือจะชนะเฟรมนี้ให้ได้ ผมคิดว่าหลายอย่างถูกจัดการได้ไม่ดี ทั้งบรรยากาศของผู้ชม รวมถึงการบรรยายเกม ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมอาจเลือกรีแร็ก แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่า และมีความอดทนพอที่จะชนะเฟรมนี้ เพียงแต่มันไม่จบแบบนั้น” อัลเลนกล่าวทิ้งท้าย