หลังจาก แจ๊ก ลิซอฟสกี นักสนุกเกอร์ชาวอังกฤษวัย 34 ปี เฉือนเอาชนะเพื่อนซี้อย่าง จัดด์ ทรัมป์ ไปอย่างสุดระทึก 9-8 เฟรม คว้าแชมป์ BetVictor Northern Ireland Open 2025 ที่กรุงเบลฟาสต์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ พร้อมกับปลดล็อกแชมป์แรงกิ้งทัวร์นาเมนต์แรกในชีวิต หลังรอคอยยาวนานกว่า 15 ปีนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่เวทีอาชีพ
ทันทีที่เกมจบลง ทั้งคู่เดินเข้ามาสวมกอดกันกลางโต๊ะในบรรยากาศสุดซึ้ง เพราะทั้งลิซอฟสกีและทรัมป์เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักสนุกเกอร์เยาวชน ลิซอฟสกีถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อพูดถึงคุณพ่อผู้ล่วงลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมอุทิศแชมป์นี้ให้เป็นของขวัญแด่ครอบครัว
“ผมคิดถึงช่วงเวลานี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กอายุหกหรือเจ็ดขวบ มันรู้สึกเหนือจริงมาก” ลิซอฟสกีกล่าวด้วยความปลื้มใจ “จัดด์เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมตั้งแต่ตอนอายุ 14 ปี เขาอยู่กับผมในร้านอาหารที่ฮ่องกงเมื่อแปดเดือนก่อน ตอนที่ผมได้รับข่าวร้ายเรื่องพ่อ เขาเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งของผมเลย ตอนนั้นผมเคยพูดว่า พ่อจะไม่มีวันได้เห็นผมคว้าแชมป์ แต่เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าผมยังทำเพื่อแม่ได้ และวันนี้ผมทำได้แล้ว นี่คือแชมป์ของพ่อและแม่ผม”

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการลบคำสบประมาทของลิซอฟสกีที่ตลอดหลายปีมาถูกมองว่าเป็น “นักสนุกเกอร์ที่เก่งที่สุดโดยยังไม่เคยได้แชมป์แรงกิง” หลังแพ้ในรอบชิงถึง 6 ครั้งก่อนหน้านี้ โดย 3 ครั้งในนั้นก็แพ้ให้กับเพื่อนสนิทอย่างทรัมป์ด้วยเช่นกัน แต่ครั้งนี้เขาทำสำเร็จและคว้าถ้วย Alex Higgins Trophy มาครองได้สำเร็จ
นอกจากถ้วยรางวัลแล้ว ลิซอฟสกียังรับเงินรางวัล 100,000 ปอนด์ และกระโดดขึ้นจากอันดับ 29 มาอยู่ที่ 24 ของแรงกิ้งโลก พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 9 ในตารางสะสมคะแนนฤดูกาล Sportsbet.io One-Year List และรั้งอันดับ 2 ในซีรีส์ BetVictor Home Nations รองจาก มาร์ค อัลเลน เจ้าถิ่นเพียงคนเดียว
ลิซอฟสกีกล่าวขอบคุณแฟนๆ ด้วยความซาบซึ้งว่า “ผมต้องขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่คอยเชียร์และให้กำลังใจ พวกเขาคือพลังสำคัญที่ทำให้ผมผ่านรอบชิงชนะเลิศมาได้ ผมหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของผมบนเส้นทางอาชีพ”
ขณะที่จัดด์ ทรัมป์ ผู้แพ้ในเกมนี้กลับยิ้มให้กับความสำเร็จของเพื่อนรัก พร้อมกล่าวอย่างจริงใจว่า “เกมนี้เต็มไปด้วยความกดดันและความหมายมากมาย ผมดีใจจริงๆ ที่แจ็คทำได้ เขาสมควรได้รับมันอย่างที่สุด ผมอาจจะมีความสุขกับชัยชนะของเขามากกว่าถ้าผมเป็นฝ่ายชนะเสียอีก เขาผ่านอะไรมามาก และนี่คือรางวัลที่คู่ควรที่สุดสำหรับเขา”