อัลบาโร อาร์เบลัว คือหนึ่งในนักเตะที่ชื่อของเขาอาจไม่ถูกพูดถึงมากเท่าซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง แต่สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน เขาถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่ง ทั้งความทุ่มเท และความมุ่งมั่นที่เข้ามี ทำให้อาร์เบลัวเป็นผู้เล่นที่โค้ชทุกคนไว้วางใจ
อาร์เบลัว เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ.1983 ที่เมืองซาลามังกา ประเทศสเปน ก่อนย้ายไปเติบโตที่ซาราโกซา และเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเยาวชนของเรอัล ซาราโกซาในวัยเด็ก ด้วยบุคลิกที่มีความมุ่งมั่นและความเข้าใจเกมอย่างยอดเยี่ยม ทำให้เขาโดนแมวมองของเรอัล มาดริดดึงเข้าสู่ลา ฟาบริก้า อคาเดมีของราชันชุดขาวเมื่ออายุเพียง 18 ปี
อาร์เบลัว เริ่มฉายแววในทีม เรอัล มาดริด กาสตีย่า จนได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2004 แม้การเริ่มต้นในทีมใหญ่ของมาดริดไม่ได้ง่าย เพราะการแข่งขันในตำแหน่งแบ็กขวาเข้มข้นอย่างมาก ทำให้เขาต้องออกไปหาประสบการณ์กับเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา ในปี 2006 ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่ช่วยขัดเกลาความมั่นใจและพัฒนาแท็กติกการเล่นเกมรับของเขาได้อย่างมาก
ฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึงเมื่อเขาย้ายสู่ลิเวอร์พูลในปี 2007 ภายใต้การทำทีมของราฟาเอล เบนิเตซ อาร์เบลัวกลายเป็นนักเตะที่แฟนหงส์แดงชื่นชอบอย่างรวดเร็ว ด้วยสไตล์การเล่นที่เรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง เน้นความแน่นอน เล่นเพื่อทีม เขามีบทบาทสำคัญในทีมชุดที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และสร้างความเหนียวแน่นให้แนวรับของลิเวอร์พูลหลายปี จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ไว้ใจได้ที่สุดของเบนิเตซ

ก่อนเส้นทางจะพาเขากลับบ้านอีกครั้งในปี 2009 เมื่อเรอัล มาดริดตัดสินใจซื้อคืนในยุคที่ฟลอเรนติโน เปเรซเริ่มโครงการสร้างกาลาติกอสยุคใหม่ การกลับสู่ซานติอาโก เบร์นาบิวในครั้งนี้ทำให้อาร์เบลัวกลายเป็นส่วนสำคัญในยุคทองของราชันชุดขาว เขาถูกใช้เป็นทั้งแบ็กขวาและแบ็กซ้ายตามแท็กติกของผู้จัดการทีมหลายยุค ทั้งมานูเอล เปเยกรินี และโดยเฉพาะโชเซ่ มูรินโญ ที่มองว่าเขาคือนักเตะที่เข้าใจแท็กติกดีที่สุดคนหนึ่งในทีม ความสม่ำเสมอของอาร์เบลัวช่วยให้เรอัล มาดริดคว้าแชมป์ลาลีกา ฤดูกาล 2011/12 ที่ทีมทำผลงานสุดโหด ยิงทะลุ 121 ประตู และเก็บ 100 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของสโมสรในเวลานั้น
อาร์เบลัว ยังเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ ปี 2011 และซูเปอร์โกปา เด เอสปัญญา ปี 2012 รวมถึงอยู่ในทีมที่พาเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปี 2014 นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ เพิ่มเติม ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ครองความสำเร็จมากมายแม้จะไม่ค่อยอยู่ในสปอตไลต์มากนัก
ในระดับทีมชาติสเปน อาร์เบลัวคือส่วนหนึ่งของยุคทองที่โลกต้องจดจำ เขามีบทบาททั้งในยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 ซึ่งสเปนชุดนั้นคว้าแชมป์ทั้งหมดสามรายการติดกัน กลายเป็นความยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ และเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกไว้วางใจจากบิเซนเต เดล บอสเก ให้ลงสนามในเกมสำคัญมากมาย
หลังจากประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2017 อาร์เบลัวตัดสินใจกลับสู่เรอัล มาดริดอีกครั้งในบทบาทใหม่ เขาเริ่มต้นจากการเป็นทูตสโมสร ก่อนก้าวสู่เส้นทางโค้ช และปัจจุบันทำงานในระบบเยาวชนของมาดริด ด้วยเป้าหมายที่จะปลูกฝังทัศนคติ ความทุ่มเท และความเป็นมืออาชีพให้กับนักเตะรุ่นใหม่เหมือนที่เขาเคยได้รับ
ความสำเร็จในเส้นทางค้าแข้งของอาร์เบลัวไม่เพียงสะท้อนผ่านถ้วยรางวัลมากมาย แต่ยังสะท้อนความเป็นนักเตะที่ทำงานหนัก และเป็นที่เคารพทั้งในสนามและนอกสนาม ชื่อของเขาอาจไม่ถูกพูดถึงเป็นอันดับแรกในหมู่ซูเปอร์สตาร์ แต่ อัลบาโร อาร์เบลัว คือหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของผู้เล่นที่ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง