อาเดรียน มูตู ถือเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าชื่อดัง และมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในโลกฟุตบอล ช่วงปี 2,000 เป็นต้นมา แต่ไม่นานเขาก็เข้าไปพัวพันกับเรื่องฉาว จนกลายเป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล
อาเดรียน มูตู เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 1979 ที่ประเทศโรมาเนีย เขาเริ่มต้นอาชีพกับ อาร์เจส ปิเตสติ ก่อนจะย้ายไป ดินาโม บูคาเรสต์ และยิงประตูอย่างต่อเนื่อง จนได้โอกาสไปค้าแข้งในอิตาลีกับอินเตอร์ มิลาน ในปี 2000 แม้จะไม่ได้แจ้งเกิดเต็มตัวที่นั่น แต่การย้ายไปปาร์มาในปี 2002 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ฤดูกาล 2002–03 เขายิง 18 ประตูในเซเรีย อา จากการลงสนาม 31 นัด กลายเป็นหนึ่งในดาวยิงที่อันตรายที่สุดของลีกอิตาลีทันที
ฟอร์มดังกล่าวทำให้ เชลซี ทุ่มเงินประมาณ 15.8 ล้านปอนด์คว้าตัวเขาในปี 2003 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นยุคมหาเศรษฐีของสโมสร ภายใต้การคุมทีมของเคลาดิโอ รานิเอรี ช่วงต้นฤดูกาลเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม ยิง 4 ประตูใน 3 นัดแรกพรีเมียร์ลีก และจบฤดูกาลด้วย 10 ประตูจาก 36 นัดทุกรายการ และดูเหมือนเขาจะกลายเป็นศูนย์หน้าหลักของทีมในยุคใหม่
แต่เพียงหนึ่งปีหลังจากนั้น ทุกอย่างพังทลาย โดยปี 2004 มูตูถูกตรวจพบสารโคเคนในร่างกาย เขาถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษสั่งแบน 7 เดือน ทำให้เชลซียกเลิกสัญญาทันที และยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเขาในฐานะผิดสัญญา คดีลากยาวไปถึงศาลกีฬาโลก (CAS) และในที่สุดคำตัดสินระบุให้มูตูต้องชดใช้ค่าเสียหายกว่า 17 ล้านยูโร กลายเป็นหนึ่งในคดีทางกฎหมายที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง
หลังพ้นโทษแบน เขากลับสู่อิตาลีกับยูเวนตุส แม้จะไม่ได้เป็นตัวหลักเต็มตัว แต่ยังมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา ฤดูกาล 2004–05 (แม้ภายหลังถูกริบจากคดีคัลโชโปลี) จากนั้นการย้ายไป ฟิออเรนตินา คือการฟื้นคืนชีพอย่างแท้จริง

ระหว่างปี 2006–2011 มูตูกลับมาเป็นดาวยิงตัวหลัก ยิงรวม 69 ประตูจาก 143 นัดในทุกรายการกับฟิออเรนตินา กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลรักที่สุดของสโมสร เขาพาทีมผ่านเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และกลับมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติโรมาเนีย
ในนามทีมชาติ มูตูติดทีมชาติโรมาเนีย 77 นัด ยิง 35 ประตู เทียบเท่าสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของประเทศ เขาเล่นในยูโร 2000 และยูโร 2008 และยังคงเป็นหนึ่งในกองหน้าที่มีพรสวรรค์ที่สุดที่โรมาเนียเคยผลิตออกมา
อย่างไรก็ตาม เงาของอดีตไม่เคยหายไป ปี 2010 เขาถูกแบนอีกครั้งจากการตรวจพบสารกระตุ้น (แม้เจ้าตัวอ้างว่าเป็นยาลดน้ำหนัก) ทำให้ภาพลักษณ์อันย่ำแย่ของเขากลับมาอีกครั้ง จนแฟนบอลต่างตั้งคำถามถึงความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปลายอาชีพของมูตูพเนจรไปหลายประเทศ ทั้งเชเซนา, อฌักซิโอ ในฝรั่งเศส, ปูเน่ ซิตี้ ในอินเดีย และสโมสรในโรมาเนีย ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2016
เมื่อมองย้อนกลับไป สถิติการทำประตูของเขาถือว่าไม่ธรรมดา ยิงมากกว่า 200 ประตูในอาชีพสโมสรระดับอาชีพ คว้าแชมป์ลีกอิตาลี (แม้ถูกริบ), คว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย และเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมชาติ น่าเสียดายที่เรื่องฉาวนอกสนามทำให้เขาไม่สามารถไปถึงจุดที่สูงที่สุดในวงการฟุตบอล