อู๋ อี้เจ๋อ ผงาดคว้าแชมป์โลกสนุกเกอร์ รายการ “ฮาโล เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2026” ได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังเฉือนชนะ ฌอน เมอร์ฟี 18-17 เฟรม ในเกมรอบชิงชนะเลิศสุดคลาสสิก ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสอยคิวชาวจีนคนที่สองติดต่อกันที่ครองแชมป์โลก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดหลังจบแมตช์ กลับเป็นบทสัมภาษณ์ที่สะท้อนความรู้สึกของทั้งสองนักกีฬาอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะฝั่งแชมป์โลกป้ายแดงอย่าง อู๋ อี้เจ๋อ ที่เปิดเผยด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่า
“ผมมีความสุขมากที่สามารถเล่นได้ในระดับแบบนี้ในวันนี้ ผมลงแข่งเพื่อครอบครัว เพื่อตัวเอง และเพื่อประเทศจีน พ่อแม่ของผมคือแชมป์ตัวจริง ตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจออกจากโรงเรียน พ่อก็อยู่เคียงข้างผมเสมอ ส่วนแม่ก็ผ่านอะไรมามากมาย พวกเขาคือพลังของผม และผมรักพวกเขามาก”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนเส้นทางชีวิตที่ไม่ง่ายของเจ้าตัว จากเด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่ย้ายมาอังกฤษ พร้อมอาศัยอยู่ในห้องเล็กๆ กับพ่อแบบต้องใช้ชีวิตร่วมกันทุกอย่าง จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกในวัยเพียง 22 ปี

นอกจากนี้ อู๋ ยังกล่าวขอบคุณแฟนสนุกเกอร์ทั่วโลกว่า “ผมอยากขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ไม่ว่าคุณจะเชียร์ใคร ความรักในกีฬาสนุกเกอร์คือสิ่งที่เราแบ่งปันร่วมกัน ตอนนี้ผมแค่อยากนอนหลับให้เต็มอิ่ม เพราะตั้งแต่เซสชั่นที่สอง ผมเริ่มรู้สึกกดดันมาก”
ขณะที่ฝั่งรองแชมป์อย่าง ฌอน เมอร์ฟี แม้จะพลาดโอกาสคว้าแชมป์โลกสมัยที่สอง แต่ยังคงแสดงสปิริตนักกีฬาอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมยกย่องคู่แข่งว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีพรสวรรค์มากที่สุด
“มันเป็นแมตช์ที่ยอดเยี่ยม มีทุกอย่างครบถ้วน อู๋ อี้เจ๋อ เป็นหนึ่งในนักสนุกเกอร์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดที่ผมเคยเห็น ผมเคยเจอเขาที่จีนในฤดูกาลนี้ และหลังเกมผมบอกเลยว่าเขาจะเป็นแชมป์โลก เพียงแต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นวันนี้” เมอร์ฟีกล่าว
เจ้าตัวยังยอมรับความผิดหวังอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่โทษตัวเอง “ผมดีใจกับเขา แต่ก็เสียใจมากสำหรับตัวเอง ในเฟรมสุดท้ายผมมีโอกาสก่อน แต่ไม่สามารถคุมตำแหน่งได้ หลังจากนั้นผมก็เล่นเกมเซฟดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว ลูกแดงลงกลางของเขาแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญอย่างแท้จริง ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองแพ้ แต่เป็นเขาที่ชนะต่างหาก”
ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ อู๋ อี้เจ๋อ คว้าเงินรางวัล 500,000 ปอนด์ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงการก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งระดับโลกอย่างเต็มตัว และต่อยอดความสำเร็จของนักสนุกเกอร์จีนต่อจาก จ้าว ซินถง ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ไว้เมื่อปีก่อน