เดวิด อเดลแมน เฮดโค้ช เดนเวอร์ นักเก็ตส์ ไม่พอใจพฤติกรรมของ เจเดน แม็คแดเนียลส์ หลังฟอร์เวิร์ดวัย 25 ปีของ มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส์ เลย์อัพทำคะแนนทั้งที่เกมจบลงไปแล้วจนสร้างความหงุดหงิดแก่ นิโกลา โยกิช จนกลายเป็นการปะทะกันระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจบเกมเอ็นบีเอ เพลย์ออฟ รอบแรกระหว่าง นักเก็ตส์ กับ ทิมเบอร์วูล์ฟส์ แมตช์ที่ 3 ซึ่งผลปรากฏว่า ทิมเบอร์วูล์ฟส์ บุกชนะไป 119-114 คะแนนตีเสมอซีรีส์ 1-1
เมื่อ แม็คแดเนียลส์ เป็นตัวจุดชนวนความบาดหมางระหว่างผู้เล่น ทิมเบอร์วูล์ฟส์ กับ นักเก็ตส์ หลังจากการคว้าชัยชนะในเกมที่สองซึ่งฟอร์เวิร์ดวัย 25 ปีได้วิจารณ์ผู้เล่น นักเก็ตส์ แบบเรียงตัว โดยเรียก นิโกลา โยกิช, จามาล เมอร์เรย์ และคนอื่นๆว่า เป็นผู้เล่นเกมรับที่แย่ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก

นอกจากนั้นยังมีการเลย์อัพทั้งๆ ที่เกมจบลงไปแล้วเพื่อเป็นการยั่วยุผู้เล่นอีกฝ่ายจนเกิดเป็นการปะทะกันระหว่างทั้งสองทีมในที่สุด ก่อนสุดท้ายทีมสต๊าฟจะมาแยกบรรดาผู้เล่นออกจากกัน
โดย อเดลแมน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า “ผมไม่ชอบสิ่งที่ แม็คแดเนียลส์ ทำ เกมมันจบไปแล้ว ในปี 2026 เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้ว มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุค 80 ที่ทีมต่างๆ จะทำคะแนนอย่างต่อเนื่อง และนั่นคือตัวตนของเขา”
สำหรับ นักเก็ตส์ เข้าสู่ซีรีส์ในฐานะหนึ่งในทีมเต็ง โดยพวกเขาเอาชนะคู่แข่งในเกมแรกแบบขาดลอย และยังเป็นฝ่ายนำห่างถึง 19 คะแนนในช่วงครึ่งแรกของเกมที่สอง แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันหลังจากนั้นโดย ทิมเบอร์วูล์ฟส์ พลิกกลับมาคว้าชัยชนะในเกมที่สอง ขณะที่ แอรอน กอร์ดอน บาดเจ็บน่องในเกมนั้น และพลาดการลงเล่นเกมที่สาม แม้จะพยายามฝืนเล่นในเกมที่ 4 แต่ก็เล่นได้เพียง 23 นาทีเท่านั้น
ทั้งนี้การไม่มี กอร์ดอน ที่เล่นได้ดี และยังสูญเสีย เพย์ตัน วัตสัน ฟอร์เวิร์ดอนาคตไกลที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอีกคนทำให้เกมป้องกันของ นักเก็ตส์ มีปัญหาในการรับมือกับความคล่องตัวสูงของ ทิมเบอร์วูล์ฟส์ จนสถานการณ์ตกเป็นรองถึง 1-3 เกมซีรีส์จ่อตกรอบเต็มที