สื่อรายงาน สตีเฟน เคอร์รี ผู้เล่นซูเปอร์สตาร์ โกลเดน สเตต วอร์ริเออร์ส ได้เซ็นสัญญากับ ไนกี้ แบรนด์กีฬาชื่อดังเป็นเวลา 10 ปีด้วยมูลค่ากว่า 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยก่อนหน้านี้ เคอร์รี เพิ่งแยกทางกับ อันเดอร์ อาร์เมอร์ อีกหนึ่งแบรนด์กีฬาระดับโลกทั้งๆ ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2013
จากการแยกทางดังกล่าวทำให้ “เคอร์รี แบรนด์” ซึ่งเป็นแบรนด์ของการ์ดทีมชาติสหรัฐรายนี้ จะสามารถดำเนินงานแบบอิสระเต็มตัว และสามารถมองหาพาร์ตเนอร์ด้านรีเทลรายใหม่ได้ในอนาคตซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายต่อไป
โดยการแยกทางดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ อันเดอร์ อาร์เมอร์ กำลังเผชิญความท้าทายเนื่องจากหุ้นบริษัทตกลงกว่า 47.3% ในรอบปี และคาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 ลดลง 4%
ขณะที่รองเท้า “เคอร์รี 13” จะะเป็นรุ่นสุดท้ายภายใต้ อันเดอร์ อาร์เมอร์ มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 พร้อมสีใหม่ และคอลเลกชันเสื้อผ้าที่จะมีจนถึงตุลาคม 2026

ล่าสุด “ฮูปส์” สื่อด้านบาสเกตบอลระบุว่า เคอร์รี ได้สร้างดีลประวัติศาสตร์หลังเซ็นสัญญากับ ไนกี้ แบรนด์คู่แข่งของ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ป็นเวลา 10 ปีด้วยมูลค่ากว่า 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 27,522 ล้านบาท
โดยดีลนี้จะประกอบไปด้วยในส่วนของรองเท้ารุ่นพิเศษ, ลิขสิทธิ์เครื่องแต่งกายและสิทธิ์ทางการตลาดระดับโลก ที่ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นไอคอนิกทั้งด้านบาสเกตบอลและวัฒนธรรมของเจ้าตัว
ถึงกระนั้นจากการตรวจสอบของ “เอสเซนเชียลอัลลีสปอร์ตส” พบว่านี่เป็นเพียงข่าวลือในขณะนี้เนื่องจากทั้ง เคอร์รี และไนกี้ ยังไม่มีการประกาศใดๆ เกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างกัน
ทั้งนี้หากดีลดังกล่าว เคอร์รี กับ ไนกี้ จะได้ร่วมงานกันแบบทางการหนแรกเนื่องจากใน 4 ปีแรกของการเล่นเอ็นบีเอเจ้าตัวสวมรองเท้าของแบรนด์นี้ทว่าไม่มีการเซ็นสัญญา
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความสนใจของ เคอร์รี จะเปลี่ยนกลับไปที่ ไนกี้ แล้ว โดยเมื่อเดือนที่แล้ว มีรายงานว่าทั้งเดวิน บูเกอร์ และเควิน ดูแรนต์ ได้ติดต่อดาวเด่นของ วอร์ริเออร์ส ในนามของแบรนด์ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว คำตอบของ เคอร์รี แสดงให้เห็นถึงความสนใจของเขาอย่างชัดเจน
“ผมไม่รู้ว่า (บูเกอร์) ติดต่อใครบ้าง แต่ผมก็สนใจที่จะติดต่อกับพอร์ตแลนด์ (โอเรกอน) และดูว่าเกิดอะไร ขึ้น หวังว่าเราจะคุยกันต่อไป แต่ก็ดีใจที่เขาและ ดูแรนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ติดต่อมาหาผม บูเกอร์ เข้าใจช่วงเวลานี้ เข้าใจว่าผมเติบโตมาอย่างไร และรองเท้าที่ผมใส่ในช่วง 4 ปีแรกของอาชีพการงาน หวังว่าพวกเขาจะช่วยพูดถึงเรื่องนี้ให้ผม”