เจมส์ เดวิด การ์เนอร์ กำลังเป็นนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของเอฟเวอร์ตันในปัจจุบัน โดยเฉพาะจากฟอร์มการเล่นที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในปี 2022 และเป็นกำลังหลักของทีมนับตั้งแต่นั้นตลอดมา
เจมส์ เดวิด การ์เนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2001 ที่เมืองเบอร์เคนเฮด ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลในอะคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะได้มีโอกาสประเดิมสนามทีมชุดใหญ่ของยูไนเต็ดในปี 2018 และผ่านการยืมตัวกับสโมสรอย่าง วัตฟอร์ด และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ช่วยให้เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์บนเวทีฟุตบอลระดับสูงอย่างเต็มที่ ก่อนจะย้ายถาวรสู่เอฟเวอร์ตันในปี 2022 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขา
เมื่อมองสถิติลงสนามในแต่ละฤดูกาลให้เห็นภาพการเติบโตของการ์เนอร์อย่างชัดเจน สำหรับ ฤดูกาล 2022/23 ซึ่งเป็นปีแรกที่เขาได้โอกาสลงเล่นให้เอฟเวอร์ตัน เขามีส่วนร่วมทั้งสิ้น 27 นัดในทุกรายการ แต่ยังไม่สามารถทำประตูได้ แม้จะโชว์ฟอร์มทั้งในพรีเมียร์ลีกและถ้วยต่าง ๆ โดยมี แอสซิสต์ 1 ครั้ง เป็นการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตู
ต่อมาใน ฤดูกาล 2023/24 การ์เนอร์พัฒนาฟอร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลงสนามรวม 43 นัด ให้กับเอฟเวอร์ตันทุกรายการ สามารถทำได้ 2 ประตู และมี 2 แอสซิสต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มมีบทบาทในการเชื่อมเกมและสร้างสรรค์โอกาสให้ทีมมากขึ้น โดยเฉพาะในบทบาทกองกลางตัวกลางที่ต้องทั้งคุมเกมและมีส่วนร่วมกับเกมรุก

ความต่อเนื่องของฟอร์มในฤดูกาล 2024/25 แม้จำนวนการลงสนามจะลดลงเล็กน้อย โดยเขาได้ลงเล่น 19 นัด ในทุกรายการให้กับเอฟเวอร์ตัน แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในแผงมิดฟิลด์ของทีม โดยจบฤดูกาลด้วย แอสซิสต์ 1 ครั้ง แม้จะยังไม่มีประตู แต่สถิติการผ่านบอลและสร้างโอกาสโดยรวมบ่งบอกถึงความมั่นคงของการ์เนอร์ในตำแหน่งนี้
สำหรับ ฤดูกาล 2025/26 ที่กำลังแข่งขันอยู่นั้น การ์เนอร์มีผลงานที่โดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน โดยลงสนามรวมกันแล้วมากกว่า 29 นัดในทุกรายการ และสามารถทำได้ 3 ประตู พร้อมกับ 3 แอสซิสต์ ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมาในระดับสโมสร โดยเฉพาะการทำประตูและแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกและถ้วยต่าง ๆ ส่งผลให้เขาเริ่มเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของเอฟเวอร์ตันทั้งในเชิงรุกและเกมเชื่อมเกมกลางสนาม
สถิติรวมของการ์เนอร์กับเอฟเวอร์ตันจนถึงเวลานี้คือ มากกว่า 116 นัดในทุกรายการ รวมทั้งพรีเมียร์ลีก คาราบาวคัพ และเอฟเอคัพ โดยทำไปแล้ว 5 ประตู และ 4 แอสซิสต์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมทั้งในการเก็บคลีนชีต เกมตั้งรับ และการเชื่อมเกมให้กับเพื่อนร่วมทีม
สิ่งที่น่าประทับใจของเจมส์ การ์เนอร์ ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขสถิติ แต่ยังอยู่ที่บทบาทสำคัญในระบบการเล่นของเอฟเวอร์ตัน เขาไม่ได้เป็นเพียงกองกลางที่มีความสามารถในการผ่านบอล แต่ยังมีความสามารถทั้งในการคุมเกม การปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีม และการอ่านเกมคู่แข่ง ส่งผลให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะแกนหลักที่ผู้จัดการทีมวางใจใช้งานอย่างต่อเนื่อง และมีเสียงชื่นชมจากทั้งโค้ช ทีมงาน และแฟนบอล โดยเฉพาะในฤดูกาลปัจจุบันที่เขาโชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอและมีสถิติที่สามารถวัดผลได้ชัดเจน
ด้วยวัยเพียง 24 ปี การ์เนอร์ยังมีโอกาสพัฒนาตัวเองต่อไปอีกมาก และหากเขาสามารถรักษาฟอร์มเช่นนี้ต่อเนื่องไปจนจบฤดูกาล 2025/26 เขาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในกองกลางระดับท็อปในพรีเมียร์ลีกได้อย่างเต็มตัว