ดานิอิล เมดเวเดฟ อดีตผู้เล่นมือ 1 โลกจากรัสเซียเปิดใจถึงประเด็นดราม่าในแกรนด์สแลมยูเอส โอเพ่น 2025 เรื่องการไม่มีสปิริตนักกีฬา โดยชี้เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่เขาชวดคว้าชัย
โดย เมดเวเดฟ ถูกสมาคมเทนนิสสหรัฐอเมริกา ปรับเงิน 42,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,376,107 บาท) จากการที่เขามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ระหว่างการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมยูเอส โอเพ่น 2025 ชายเดี่ยว รอบแรก ซึ่งแพ้ให้กับ บองฌาแมง บงซี นักหวดฝรั่งเศส 2-3 เซ็ต 3-5, 7-5, 7-6(5), 6-0, 4-6 ตกรอบแรกไป
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเซ็ตสาม ในจังหวะที่ บงซี ได้แมตช์พอยต์ จากการนำ 2-0 เซต แต่มีช่างภาพเดินเข้ามาในสนาม ในจังหวะที่ บงซี เสิร์ฟแรก ซึ่งเสิร์ฟเสีย แต่กรรมการให้เสิร์ฟแรกใหม่ ทำให้ เมดเวเดฟ ออกอาการไม่พอใจ และมีการให้กองเชียร์กดดันกรรมการซึ่งในเซ็ตสามเขาชนะไป
การปรับเงินจากเหตุการณ์นี้ เป็นการปรับข้อหาการไม่มีน้ำใจนักกีฬา 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 971,370 บาท) และการใช้แร็กเก็ตทุบเก้าอี้ 12,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 404,737 บาท) ซึ่งเงินค่าปรับดังกล่าวคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของเงินรางวัลที่ เมดเวเดฟ ได้รับจากการตกรอบแรก

ล่าสุดแร็กเกตวัย 29 ปีออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ผมเห็นว่ามันมากเกินไปสำหรับคู่แข่ง (บงซี) ผมพยายามทำให้พวกเขา (แฟนเทนนิส) สงบลง แต่ก็ทำไม่ได้”
“สำหรับผม ตอนนั้น การตัดสินของกรรมการถือว่าผิด และผู้ชมก็สนับสนุนผมด้วย ผมไปหากรรมการเพราะผู้ชมเช่นกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลังจากตัดสินแล้ว พวกเขาก็เริ่มตะโกนว่า ‘ทำไมต้องเสิร์ฟลูกแรก?’ มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกและน่าสนใจ?”
“มันคล้ายกับตอนที่คุณเล่นเทนนิสได้ดีที่สุด และบ่อยครั้งที่ผู้ชมจะเข้าข้างคุณ ไม่ว่าจะเล่นตรงไหนหรือเกิดอะไรขึ้นก็ตาม และในกรณีนี้ มันก็คล้ายๆ กัน เพราะเหตุนี้ ผมจึงเล่นได้ดีขึ้นมากและเกือบจะชนะการแข่งขันได้”
“ผมคิดว่าการชนะคงไม่ช่วยอะไรผมเลย ผมคงเสียใจมาก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแมตช์พอยต์ ก่อนหน้านั้นผมก็ทำตัวไม่ดีเหมือนกัน แต่ถ้าผมแพ้ในเซ็ตที่สาม 6-4 คงไม่มีใครจำแมตช์นั้นได้ มันคงจะง่ายและรวดเร็ว แต่มันเกิดขึ้นตอนแมตช์พอยต์ บอนซีไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลย มันเป็นเรื่องของกรรมการ ผมยังคิดแบบนั้นอยู่ และผมไม่ได้วิจารณ์ใคร แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมที่จะให้เขาเสิร์ฟแรก”
“บ่อยครั้งที่คนดูตะโกน แล้วช่างภาพก็ออกจากสนามไปอย่างรวดเร็ว ผมน่าจะทำพลาดตอนเสิร์ฟที่สอง และการแข่งขันก็คงจบลงแล้ว แต่มันกลับส่งผลเสียต่อ บงซี ผมไม่ได้ปลุกปั่นให้คนดูโห่ใส่เขาหรืออะไรทำนองนั้น ลึกๆ แล้ว ผมดีใจที่ไม่ได้ชนะ เพราะมันคงจะดูไม่ดีต่อเขามาก และผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แต่เมื่อผมอยู่ในสนาม ผมพยายามที่จะชนะ ผมจึงเล่นจนจบ”