เมอร์ฟี – รับยังทำใจไม่ได้หลังชวดแชมป์โลก พร้อมตั้งเป้ากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

ฌอน เมอร์ฟี อดีตแชมป์โลกชาวอังกฤษ เปิดใจถึงความผิดหวังจากศึกสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2026 หลังพลาดโอกาสคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองอย่างน่าเสียดาย เมื่อพ่ายให้กับ อู๋ อี้เจ๋อ นักสอยคิวดาวรุ่งจากจีน 17-18 เฟรม ในหนึ่งในรอบชิงชนะเลิศที่ถูกยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขันที่ครูซิเบิล เธียเตอร์

แม้เวลาจะผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่เมอร์ฟียอมรับว่ายังคงรู้สึกเจ็บปวดกับความพ่ายแพ้ครั้งนั้น

“ผมอยากจะบอกว่าผมก้าวผ่านมันไปแล้ว และสามารถมองย้อนกลับไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ได้ แต่ความจริงคือผมยังไม่ถึงจุดนั้น มันยังคงเจ็บปวดอยู่”

เจ้าของแชมป์โลกปี 2005 กล่าวว่า การแพ้ในรอบชิงชนะเลิศที่ครูซิเบิลทั้ง 4 ครั้งตลอดอาชีพ ล้วนทิ้งร่องรอยเอาไว้เสมอ และอาจไม่มีวันลืมได้อย่างสมบูรณ์ เพียงแต่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

อย่างไรก็ตาม เมอร์ฟีมองว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้แตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมา เพราะเขาไม่ได้เป็นฝ่ายทำพลาดจนเสียแชมป์

“ผมไม่ได้เป็นคนแพ้ แต่เขาเป็นคนชนะ”

เมอร์ฟีกล่าวชื่นชม อู๋ อี้เจ๋อ ว่าแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและคุณภาพระดับแชมป์ โดยเฉพาะลูกแดงสำคัญที่แทงลงจากขอบหลุมดำในช่วงชี้ขาด ซึ่งหากพลาดจะหมายถึงการเสียแชมป์ทันที

“ลูกนั้นยอดเยี่ยมมาก การแทงลงในสถานการณ์แบบนั้นต้องอาศัยทั้งทักษะและความกล้าเกินวัยจริง ๆ”

อดีตแชมป์โลกยังมองว่าศึกชิงแชมป์โลกปี 2026 เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยตลอดการแข่งขันเต็มไปด้วยช่วงเวลาสำคัญที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ตลอดเวลา

เมอร์ฟี - รับยังทำใจไม่ได้หลังชวดแชมป์โลก พร้อมตั้งเป้ากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

เขายกตัวอย่างว่าตัวเองเกือบตกรอบตั้งแต่นัดแรกกับ ฟาน เจิ้งอี้ ขณะที่ในรอบรองชนะเลิศ หาก มาร์ก อัลเลน แทงลูกดำลงในเฟรมสำคัญที่พบกับ อู๋ อี้เจ๋อ ประวัติศาสตร์อาจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เมอร์ฟีเชื่อว่าบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองหลังการประกาศขยายสัญญาให้ครูซิเบิลเป็นเจ้าภาพชิงแชมป์โลกไปจนถึงปี 2045 มีส่วนทำให้การแข่งขันปีนี้เต็มไปด้วยสีสันและคุณภาพระดับสูง

“มันเป็นหนึ่งในชิงแชมป์โลกที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น และปีหน้าซึ่งจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของครูซิเบิล จะต้องทำอะไรอีกมากหากต้องการเหนือกว่าปีนี้”

เมอร์ฟียังกล่าวถึงความสำเร็จของนักสนุกเกอร์จีน หลังจากวงการมีแชมป์โลกชาวจีนติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยมองว่านี่คือผลลัพธ์ของการลงทุนระยะยาวด้านระบบพัฒนาเยาวชน สนามฝึกซ้อม และการสนับสนุนจากภาครัฐของจีน

“สิ่งที่เราเห็นในวันนี้เป็นผลจากการทำงานตลอดกว่า 20 ปี”

แม้จะยอมรับว่าจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของวงการ แต่เมอร์ฟีเชื่อว่าทั้งสหราชอาณาจักรและยุโรปกำลังมีนักกีฬารุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นมาแข่งขันเช่นกัน โดยยกชื่อของ เลียม พัลเลน, สแตน มูดี และ อันโตนี โควาลสกี เป็นตัวอย่างของอนาคตวงการสนุกเกอร์ยุโรป

สำหรับฤดูกาลใหม่ เมอร์ฟียืนยันว่าต้องการเปลี่ยนความผิดหวังจากชิงแชมป์โลกให้เป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง

“ผมเหลืออีกเพียงเฟรมเดียวก็จะกลายเป็นแชมป์โลกหลายสมัย ผมเคยพูดเสมอว่าคนที่เป็นแชมป์โลกมากกว่าหนึ่งครั้งคือกลุ่มนักกีฬาที่พิเศษมาก และผมเกือบจะไปถึงจุดนั้นแล้ว”

ดาวดังวัย 43 ปีเผยว่า สองฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพของเขา และเป้าหมายต่อไปคือการทำให้ฤดูกาล 2026/27 กลายเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

“ผมยังมีหลายอย่างที่ต้องพัฒนา และผมจะใช้ความเจ็บปวดจากการพลาดแชมป์โลกเป็นแรงกระตุ้น สิ่งเดียวที่จะพาผมไปถึงเป้าหมายนั้นได้คือการทำงานหนัก”