เอลเลียต สเลสเซอร์ นักสนุกเกอร์ชาวอังกฤษ กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเส้นทางอาชีพ หลังทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอจนรั้งอันดับ 10 ในตาราง Sportsbet.io One Year Rankings ฤดูกาลปัจจุบัน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่านี่คือซีซันที่เขาพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน แม้ความสำเร็จในรูปแบบแชมป์รายการยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม
สเลสเซอร์มองย้อนถึงผลงานตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าตนเองกำลังก้าวเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง “ผมรู้สึกว่ากำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่ยังขาดอยู่คือโทรฟี่แชมป์ ผมยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใดเลย แต่คุณไม่มีทางรู้ว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่” นักสอยคิววัย 30 ปี กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
แม้ผลงานจะทำให้เขาไต่ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหัวแถวของแรงกิ้งปีเดียว แต่สเลสเซอร์ยืนยันว่า เป้าหมายของเขาไม่ใช่เพียงการไต่อันดับ “ผมไม่ได้มาเล่นสนุกเกอร์แค่เพื่อหาเลี้ยงชีพ ผมรู้ว่ามีนักกีฬาบางคนเล่นเพื่อรับเช็คเงินรางวัล แต่สำหรับผมไม่ใช่แบบนั้น ผมอยากคว้าแชมป์ ถ้าผมทำไม่ได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะเล่นไปเพื่ออะไร” คำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงทัศนคติที่มุ่งมั่นตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่เส้นทางอาชีพ
สเลสเซอร์เทิร์นโปรตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี ในปี ค.ศ.2013 และยอมรับว่าช่วงแรกต้องเผชิญกับมาตรฐานระดับสูงของทัวร์อาชีพ “ตอนนั้นผมตกใจมากกับระดับฝีมือของผู้เล่น แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองขึ้นมาถึงระดับนั้นแล้ว และควรจะแข่งขันเพื่อแชมป์ได้” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าฟอร์มในสนามซ้อมของเขาอยู่ในระดับสูงมาก เพียงแต่ยังไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ในเกมแข่งขันจริง
นักสนุกเกอร์จากนอร์ทออฟอิงแลนด์ อธิบายว่าศูนย์ฝึกซ้อมหลักของเขาที่ North Shields Snooker Centre มีสภาพโต๊ะและบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม จนมีผู้เล่นชั้นนำหลายคนเดินทางมาร่วมซ้อม และมักประหลาดใจกับฟอร์มการเล่นของเขา “แต่การแข่งขันจริงมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง มันต่างจากการซ้อมอย่างสิ้นเชิง” เขากล่าว
เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่ผู้เล่นจำนวนมากต้องใช้เวลาถึง 5–10 ปี บนทัวร์กว่าจะดึงศักยภาพออกมาได้ สเลสเซอร์มองว่าเป็นเรื่องของประสบการณ์และเวลา “คุณเร่งมันไม่ได้ บางคนเก่งตั้งแต่แรก บางคนเริ่มดีแล้วค่อย ๆ แผ่ว บางคนอย่าง สจวร์ต บิงแฮม หรือ แบร์รี ฮอว์กินส์ ก็มาเปล่งประกายตอนอายุมากขึ้น มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและการเรียนรู้ของแต่ละคน”

ในมุมของการพัฒนา สเลสเซอร์ย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือเรื่องสภาพจิตใจ “มันคือการจัดการอารมณ์ ผมซ้อมหนักมาก และคาดหวังฟอร์มในระดับหนึ่ง พอทำไม่ได้ตามนั้นในแมตช์จริง มันยอมรับได้ยาก บางครั้งผมชนะเกมแต่กลับไม่รู้สึกพอใจ เพราะเล่นได้ไม่ดี มันคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ที่จะรับมือ”
แม้จะยังไม่แสดงฟอร์มที่ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ แต่เขายกตัวอย่างเกมที่พ่ายแพ้ให้กับ ฌอน เมอร์ฟี 4-6 ในศึก International Championship ว่าเป็นหนึ่งในแมตช์ที่เขาพอใจ “มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม ถ้าผมแพ้เพราะคู่แข่งเล่นดีกว่า ผมก็พร้อมจับมือและยอมรับ แต่ถ้าแพ้เพราะตัวเองเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน นั่นแหละที่ทำให้ผมหงุดหงิด”
ปัจจุบัน สเลสเซอร์ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 20 ของ Johnstone’s Paint World Rankings ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในอาชีพของเขา แต่เจ้าตัวยังไม่ให้ความสำคัญกับตัวเลขมากนัก “มันคือความก้าวหน้า หากผมชนะ นีล โรเบิร์ตสัน ในรอบรองชนะเลิศที่ซาอุดีอาระเบีย ผมคงติดท็อป 16 แล้ว แต่ผมมองไปที่การไปอยู่ช่วงท้ายของทัวร์นาเมนต์มากกว่า”
ตำแหน่งใน One Year Rankings ยังเปิดโอกาสให้เขามีลุ้นเข้าร่วมการแข่งขันใน Players Series ครบทั้งสามรายการในปี 2026 ซึ่งสเลสเซอร์ยอมรับว่าเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ “นั่นคือรายการระดับสูงสุด รวมผู้เล่นชั้นยอดของโลก และถ้าผมได้เข้าแข่ง มันก็เพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์ ฤดูกาลก่อนผมได้เล่น World Grand Prix และตั้งเป้าไว้ว่าฤดูกาลนี้อยากเข้าทั้งสามรายการ”
นอกสนามแข่งขัน สเลสเซอร์ยังพูดถึงโมเมนต์อบอุ่น เมื่อ ฮัลลี ลูกสาวของเขา ได้เดินทางไปเชียร์ในศึก Shoot Out และปรากฏตัวร่วมให้สัมภาษณ์สดทางโทรทัศน์ “เธอสนุกมาก เป็นครั้งแรกที่ได้ไปแบล็คพูล เธอชอบสนุกเกอร์นะ แต่สิ่งที่เธอชอบที่สุดคือ Gruffalo Land!” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ท้ายที่สุด ในฐานะแฟนตัวยงของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สเลสเซอร์ยอมรับว่ายังรู้สึกกังวลกับผลงานของทีมรัก “ผมไปดูเกมค่อนข้างบ่อย มีตั๋วปีด้วย ปัญหาคือเราทำแต้มหลุดมือบ่อยมาก ทั้งที่เป็นฝ่ายนำ ถ้าแก้ตรงนี้ได้ ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น”