แอนแดร์สัน หลุยส์ เดอ ซูซา หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในชื่อ แอนแดร์สัน คือหนึ่งในมิดฟิลด์ที่เรียกได้ว่าอัจฉริยะ โดยมิดฟิลด์ชาวบราซิลรายนี้เคยถูกยกให้เป็นทายาทในแดนกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และถูกคาดหวังว่าจะกลายเป็นหัวใจสำคัญตัวแทนของ พอล สโคลส์ ทว่าท้ายที่สุดเส้นทางอาชีพของเขากลับไม่เป็นอย่างที่หวัง
แอนแดร์สัน เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ.1988 ที่เมืองปอร์โต อาเลเกร ประเทศบราซิล เติบโตมาจากระบบเยาวชนของ เกรมิโอ สโมสรดังของบ้านเกิด เขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ด้านเทคนิคสูง เล่นบอลกับเท้าได้ดี แข็งแรงเกินวัย และมีวิสัยทัศน์การจ่ายบอลโดดเด่น จนถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเกรมิโอในปี ค.ศ.2004 ขณะอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น แม้โอกาสลงสนามในบราซิลจะยังไม่มากนัก แต่ศักยภาพที่ฉายแววก็เพียงพอจะดึงดูดสายตาทีมยุโรป
ในปี ค.ศ.2005 ปอร์โต้ คว้าตัวแอนแดร์สันไปร่วมทีม และนี่คือช่วงเวลาที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่พูดถึงในวงกว้างอย่างจริงจัง เขาใช้เวลาไม่นานในการยึดตำแหน่งตัวจริงในแดนกลาง ด้วยสไตล์มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ที่ผสมผสานพลัง ความเร็ว และเทคนิคแบบบราซิลเลียน ฤดูกาล 2006/07 ถือเป็นปีแจ้งเกิดอย่างแท้จริง เมื่อเขามีบทบาทสำคัญในเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยเฉพาะเกมที่ปอร์โต้เอาชนะบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งแอนแดร์สันโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนได้รับคำชื่นชมจากสื่อยุโรปแทบทุกสำนัก
ผลงานดังกล่าวทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจคว้าตัวเขามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี ค.ศ.2007 ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์ พร้อมกับความคาดหวังมหาศาล แอนแดร์สันเปิดตัวในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวัยเพียง 19 ปี และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นต่างชาติที่อายุน้อยที่สุดของสโมสรในเวลานั้น ตลอดช่วงแรกกับยูไนเต็ด เขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในฤดูกาล 2007/08 ที่ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ติดตัวแอนแดร์สันมาตลอดอาชีพค้าแข้งคือเรื่องความสม่ำเสมอ สภาพร่างกาย และวินัยนอกสนาม เขามักถูกวิจารณ์เรื่องน้ำหนักตัวและความฟิต ขณะที่บทบาทในทีมก็ค่อย ๆ ลดลงเมื่อยูไนเต็ดมีมิดฟิลด์ตัวเลือกมากขึ้น ทั้ง ไมเคิล คาร์ริค, พอล สโคลส์ และ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ แม้จะยังถูกใช้งานเป็นระยะ แต่เขาไม่สามารถพัฒนาตัวเองไปถึงระดับ “ตัวหลักระยะยาว” ได้
ในแง่ของสถิติ แอนแดร์สัน ลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทุกรายการประมาณ 181 นัด ระหว่างปี ค.ศ.2007–2015 ยิงได้ 9 ประตู และทำ แอสซิสต์ราว 22 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนบทบาทของเขาในฐานะมิดฟิลด์ตัวกลางที่เน้นการเชื่อมเกมมากกว่าการทำสกอร์ โดยประตูที่ถูกจดจำมากที่สุดคือการยิงไกลสุดสวยใส่วีแกน แอธเลติก และประตูในเกมยุโรปบางนัดที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของเขา
ด้านความสำเร็จ แอนแดร์สัน ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในเชิงถ้วยรางวัล เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 สมัย (2007/08, 2008/09, 2010/11 และ 2012/13), ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย (2007/08), ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 2 สมัย และคอมมูนิตี้ ชิลด์อีกหลายครั้ง นอกจากนี้ในระดับทีมชาติ เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติบราซิลชุดคว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2008 และแชมป์โคปา อเมริกา 2007 แม้จะไม่ได้เป็นตัวหลักเสมอไปก็ตาม
หลังจากบทบาทในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ลดลงอย่างต่อเนื่อง แอนแดร์สัน ถูกปล่อยยืมตัวและย้ายออกจากสโมสรในที่สุด เขากลับไปค้าแข้งในบราซิลกับ อินเตอร์นาซิอองนาล และต่อด้วยการเล่นในลีกตุรกี ก่อนจะแขวนสตั๊ดค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับศักยภาพที่เคยถูกคาดหวังไว้
เรื่องราวของแอนแดร์สัน จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญของวงการฟุตบอลสมัยใหม่ว่า พรสวรรค์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากขาดวินัย ความมุ่งมั่น และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เขาคือนักเตะที่เคยเป็นแข้งชั้นนำของยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ไม่สามารถรักษามาตรฐานนั้นไว้ได้ยาวนาน และนั่นทำให้ชื่อของเขา ถูกจดจำในฐานะหนึ่งในอดีตดาวรุ่งที่น่าเสียดายที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด