ไดเซน มาเอดะ – หัวหอกซามูไรกับโอกาสครั้งใหม่ในอังกฤษ

นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นกลายเป็นเป้าหมายของหลายสโมสรในทวีปยุโรปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาต่างทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งในนามสโมสรและทีมชาติ

และล่าสุด ไดเซน มาเอดะ กองหน้าวัย 28 ปี ก็ได้เป็นนักเตะเลือดซามูไรบลูคนล่าสุดที่กำลังจะได้โชว์ฝีเท้าบนเวทีพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลีกที่หินที่สุดในโลก หลังเพิ่งเปิดตัวกับ อิปสวิตช์ ทาวน์ ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาจากลีกแชมเปียนชิพ

ไดเซน มาเอดะ เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1997 ที่เมืองไทชิ จังหวัดโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เขาเป็นกองหน้าที่โดดเด่นเรื่อง ความเร็ว ความอึด และการวิ่งเพรสซิ่งแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ขยันที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน

โดยเส้นทางในสายลูกหนังของ ไดเซน นั้น เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก แต่ชีวิตในช่วงมัธยมไม่ได้ราบรื่นนัก เขาเคยถูกลงโทษจนต้องออกจากทีมฟุตบอลโรงเรียนช่วงหนึ่ง ทำให้ต้องฝึกซ้อมด้วยตัวเองและทำงานพิเศษในร้านเบเกอรีควบคู่ไปด้วย ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่มีวินัยและไม่ยอมแพ้ นอกจากนี้ ตั้งแต่เด็กเขายังเติบโตท่ามกลางธรรมชาติ วิ่งเท้าเปล่าบนภูเขาและเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งช่วยสร้างความแข็งแกร่งและความเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ในปัจจุบันนี้

หลังจากนั้นความฝันในการเป็นนักเตะอาชีพของเขาก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2016 เมื่อเขาได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของ มัตสึโมโต ยามางะ ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้ มิโตะ ฮอลลีฮ็อก, มาริติโม และ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ยืมตัวไปใช้งาน

ไดเซน มาเอดะ - หัวหอกซามูไรกับโอกาสครั้งใหม่ในอังกฤษ

และที่โยโกฮามา เอฟ มารินอส นั้นเรียกได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดของเขาอย่างเต็มตัว และในฤดูกาล 2021 เขาระเบิดฟอร์มยิง 23 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของเจลีก พร้อมติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล ผลงานดังกล่าวทำให้ชื่อของเขาเป็นที่จับตามองจากหลายสโมสรในยุโรป

หลังจาั้นในเดือนมกราคมปี 2022 โอกาสในการค้าแข้งในยุโรปอย่างเป็นทางการของเขาก็มาถึง เมื่อ กลาสโก เซลติก ทีมดังในลีกสก็อตแลนด์ ที่มี แอนจ์ ปอสเตโคกลู เป็นกุนซือในเวลานั้น จัดการดึงตัวเขาไปร่วมทีม โดนเริ่มจากสัญญายืมตัว ก่อนถูกซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน

ซึ่งชีวิตของเขาในสก็อตแลนด์ ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เมื่อ เขายิงประตูได้ตั้งแต่นัดเปิดตัว และกลายเป็นกำลังหลักของทีมอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้เป็นกองหน้าที่มีเทคนิคหวือหวา แต่การวิ่งไล่บอลตลอด 90 นาที ความเร็ว และการเพรสซิ่ง ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลเซลติก

กับเซลติก เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพหลายสมัย รวมถึงสกอตติช คัพ และลีกคัพ อีกหลายรายการ โดยฤดูกาล 2024/25 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดของเขา เมื่อยิงได้ 33 ประตูรวมทุกรายการ และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสกอตแลนด์หลายสถาบัน

ขณะที่ผลงานในทีมชาตินั้น เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา และแม้ว่าเขอาจจะไม่ได้ยิงประตูได้มากเท่าไรในนามทีมชาติ แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการวิ่งไล่บอลเพื่อช่วยทีม และสุดท้ายโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองบนพรีเมียร์ ลีก ก็มาถึง

และต้องมาติดตามกันว่า เขาจะสามารถช่วยให้ อิปสวิตช์ ทาวน์ ทำได้ดีแค่ไหน กับการเลื่อนชั้นกลับมาสู่พรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง ในรอบนี้