รอนนี โอซุลลิแวน ผงาดคว้าแชมป์ศึก เวิลด์ ซีเนียร์ สนุกเกอร์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โจ เพอร์รี 10-4 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศ ที่โรงละคร ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
“เดอะ ร็อกเก็ต” คว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในอาชีพบนทัวร์อาวุโสโลก ด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมเหนือเพื่อนร่วมชาติ โดยก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เขาผ่านคู่แข่งอย่าง เคน โดเฮอร์ตี, ปีเตอร์ ไลน์ส และโรเบิร์ต มิลกินส์ มาได้ทั้งหมด
แม้ตลอดเส้นทางก่อนหน้านี้ โอซุลลิแวนจะยังไม่โชว์ฟอร์มเต็มร้อย และมีสถิติแทงลงเพียง 85 เปอร์เซ็นต์ แต่ในรอบชิงชนะเลิศ เจ้าตัวกลับระเบิดฟอร์มสุดร้อนแรง กดเซ็นจูรีเบรก 3 ไม้ติดต่อกัน ออกนำ 3-1 ก่อนพักช่วงกลางเซสชัน
หลังจากนั้น โจ เพอร์รี พยายามไล่ตามอย่างเต็มที่ และสามารถขยับเข้าใกล้เหลือเพียงเฟรมเดียวได้หลายครั้ง แต่โอซุลลิแวนยังคงควบคุมเกมเอาไว้ได้ โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่เขาเดินหน้าเก็บเฟรมสำคัญ พร้อมทำเซ็นจูรีเบรกที่ 4 และ 5 ของแมตช์ จนปิดเกมคว้าแชมป์ด้วยสกอร์ 10-4 เฟรม ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนสนุกเกอร์ที่เข้าชมเต็มความจุของสนาม

แชมป์ครั้งนี้ทำให้ รอนนี โอซุลลิแวน วัย 50 ปี เพิ่มถ้วยแชมป์ระดับโลกอาวุโสเข้าไปในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของตนเอง หลังเคยคว้าแชมป์โลกอาชีพมาแล้วถึง 7 สมัยเทียบสถิติสูงสุดตลอดกาล อีกทั้งยังถือเป็นแชมป์รายการสำคัญแรกของเขา นับตั้งแต่คว้าแชมป์ World Masters of Snooker เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2024
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังรับเงินรางวัลแชมป์จำนวน 30,000 ปอนด์ หรือราว 1.4 ล้านบาท พร้อมตอบสนองต่อความผิดหวังจากการตกรอบ 16 คนสุดท้ายของศึกชิงแชมป์โลกอาชีพก่อนหน้านี้ ที่พ่ายต่อ จอห์น ฮิกกินส์ แบบเฉียดฉิว 12-13 เฟรม เมื่อไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันปีนี้เต็มไปด้วยประเด็นถกเถียงตั้งแต่ก่อนเปิดฉาก โดยแฟนสนุกเกอร์จำนวนมากตั้งคำถามว่า เหล่านักสนุกเกอร์ระดับท็อปที่ยังแข่งขันในเมนทัวร์อย่างโอซุลลิแวน, อาลี คาร์เตอร์ และสจ๊วร์ต บิงแฮม ควรมีสิทธิ์ลงแข่งในรายการอาวุโสหรือไม่
ขณะเดียวกัน ยังเกิดปัญหาด้านการจัดการแข่งขัน เมื่อโต๊ะแข่งขันหมายเลข 2 ภายใน ครูซิเบิล เธียเตอร์ มีปัญหาสภาพพื้นผิว ส่งผลให้เกมระหว่าง แมตธิว สเตีเฟนส์ กับ โดมินิก เดล ต้องล่าช้า ก่อนที่โต๊ะดังกล่าวจะถูกยกเลิกการใช้งานในช่วงค่ำ และทำให้แมตช์ของแชมป์เก่า อัลฟี เบอร์เดน กับ อิกอร์ ฟิเกเรโด ต้องย้ายไปแข่งขันในห้องซ้อมแทน