เฟซบุ๊ก เพจ Beach Volleyball Women Thailand ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังความเจ็บปวดของ “น้องเบส” วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี หนึ่งในผู้เล่นตัวหลัก ทีมวอลเลย์บอลชายหาดหญิงทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2025 ที่คว้าเหรียญเงินมาครอง โดยระบุว่า “น้องเบส” วรพีรชยากร ประสบอุบัติเหตุรุนแรงระหว่างการฝึกซ้อมที่พัทยา เมื่อเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วัน
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะซ้อม น้องเบสเหยียบเข้ากับเปลือกหอยในสนาม จนเกิดแผลฉกรรจ์ เพื่อนร่วมทีมและโค้ชต่างตกใจสุดขีดเมื่อเห็นสภาพบาดแผล แพทย์วินิจฉัยและทำการเย็บไปถึง 14 เข็ม ทำให้ต้องตัดสินใจในตอนนั้นว่าจะถอนตัว และฝืนลงแข่งขันต่อไป
โดยโพสต์ดังกล่าวไล่เหตุการณ์ดังนี้
ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 พวกเราเดินทางไปฝึกซ้อมที่พัทยาก่อนทำการแข่งขันเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ
ในช่วงเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2568 น้องเบสได้ทำการฝึกซ้อมได้เกิดอุบัติเหตุเหยียบเปลือกหอยในสนามการฝึกซ้อม ตอนนั้นทุกคนในสนามต่างตกใจ นักกีฬาทุกคนร้องไห้เพราะเห็นบาดแผลน้องแล้วคิดว่าไม่สามารถแข่งขันได้แน่นอนทางผู้ฝึกสอนก็ได้รีบพาตัวน้องส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าต้องทำการเย็บ ซึ่งผลการเย็บทั้งหมด 14 เข็ม ย้ำนะคะ 14 เข็ม
พวกเราทุกคนเสียกำลังใจและกังวลเรื่องผลการแข่งขันมากเพราะเล่นในบ้านด้วยและตัวน้องเองก็เป็นตัวหลัก ซึ่งเย็บมาแล้วน้องบอกมันปวดมาก แต่ตัวน้องเองก็พยายามบอกทุกคนในทีมว่าหนูไหวไม่เป็นไหร่เพื่อที่จะให้ทุกคนสบายใจแต่ที่จริงแล้วทุกคนรู้ว่าน้องฝืนตัวเองมาก
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันคนที่เป็นห่วงพวกเรามากคือท่านนายกสมาคมโทรมาให้กำลังใจนักกีฬาทุกวันไม่เคยทิ้งพวกเราเลยตั้งแต่วันแรกจนจบการแข่งขัน
ถามว่าทำไมไม่เปลี่ยนตัวเราไม่สามารถทำได้สิ่งที่เราเลือกได้มีสองอย่างคือ 1.ถอนตัวจากการแข่งขัน 2.ต้องทำการแข่งขัน ถามว่าพวกเรามีแค่2ข้อนี้เท่านั้น และพวกเราก็ดูแลกันเป็นอย่างดีเรามีเวลาแค่ 3 วันจะทำการแข่งขัน 3 วันแผลที่เป็นการเย็บไม่มีที่จ 3 วันหาย น้องได้พัก 1 วัน ต่อจากนั้นก็ฝึกซ้อมต่อในการฝึกซ้อมน้องไม่สามารถเคลื่อนที่และกระโดดได้เลย คิดดูนักกีฬาที่เหลือ 3 คนผู้ฝึกสอนจะกังวลแค่ไหน เราต้องติดตามอาการอยู่ตลอดเวลา น้องทำการฝึกซ้อมโดดยังไม่เคลื่อนที่และกระโดด แต่ก็ยังคงฝึกซ้อมโดยการเข้ายิมโดยที่ไม่ให้กระทบแผลให้ได้มากที่สุด
ในวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ก่อนแข่งขัน 2 วัน เราได้ทำการฝึกซ้อม และน้องบอกว่า หนูขอกระโดดเบาๆลองดูได้ไหมคะคือน้องสู้มาก น้องก็ลองกระโดดก็กระโดดได้เคลื่อนที่ได้แต่ได้แค่ 50% และเราก็ไปโรงพยาบาลไปล้างแผลเปิดแผล รอบแผลคือมีรอยช้ำ เราเห็นก็ยิ่งสงสารน้องแต่ตัวน้องบอกไม่เป็นไรหนูโอเคแต่ในสีหน้าและแววตาน้องคือกังวลมาก

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 พวกเราลงทำการฝึกซ้อมเป็นวันสุดท้าย น้องก็เคลื่อนที่และกระโดดได้ 60%เท่านั้น น้องลงน้ำหนักที่เท้าไม่ได้เต็มที่ แต่ก็ยังได้ยินคำเดิมหนูสู้หนูไหว
นาทีระทึกก็มาถึง วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เป็นการแข่งขันวันแรก ในครั้งนี้เราไม่ได้เผยแพร่ข่าวเนื่องจากไม่อยากให้คู่ต่อสู้ได้รู้ว่าเราบาดเจ็บ ลงทำการแข่งขันน้องไม่ได้แสดงอาการเลยว่าเจ็บทั้งๆที่ความจริงน้องไม่สามารถจิกนิ้วเท้าได้เลยซึ่งการเคลื่อนที่ต้องใช้ปลายเท้าในการจิก วันแรกเราแข่งพวกเราก็ชนะมาได้ หลังจากที่แข่งเสร็จพวกเราก็ไปหาหมอล้างแผล ยอมรับเลยว่าคุณหมอเย็บดีมากและดูแลพวกเราได้ดีมาก ทีมงานทุกคนกังวลมากแต่ต้องเก็บอาการเหมือนกันเพราะทุกคนก็พยายามทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันที่ 13 ธันวาคม 2568 วันนี้เราเจอศึกหนักเจอรองแชมป์เก่า ก็เหมือนเดิมน้องก็ยังสู้เหมือนเดิมไม่แสดงอาการอะไรเลยเล่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแมตช์นี้เราก็เอาชนะมาได้แต่ก็เล่นกันคะแนนไม่ห่าง พอแข่งเสร็จเราก็ถามน้องว่าเป็นยังไงบ้างน้องก็บอกหนูปวดมากไม่ใช่แค่แผล ปวดด้านข้างขาเนื่องจากน้องไปลงน้ำหนักมากเกินไปเพื่อไม่ให้กระทบแผล หลังจากนั้นเราก็ไปหาหมอ เปิดแผลสงสารน้องมากแผลมีรอยช้ำมีแผลปรินิดหน่อยแต่ยอมรับเลยคุณหมอเย็บได้ดีมาก
วันที่14 ธันวาคม เราทำการแข่งขันกับทีมเวียดนาม เป็นทีมที่ประมาทไม่ได้เหมือนกันเกมส์นี้เป็นเกมส์ที่หนักเล่นกันแต้มต่อแต้มเราชนะมาได้แต่ก็เกือบแพ้ชนะเขาแค่2แต้มไม่ขาดเลย วันนี้แข่งเสร็จก็ไปหาหมอล้างแผลแผลก็ดีขึ้นแต่ก็ยังปวดอยู่ มีเรื่องให้อีกแล้ว น้องเป็นแผลเท้าซ้าย แต่เท้าขวาของน้องลงน้ำหนักและจิกเท้าขวามาก ทำให้เล็บข้างขวาของน้องเขียวและในอนาคตเล็บน้องหลุดแน่นอน ปัญหารายวัน
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ก็ยังมีการแข่งขันเหมือนอาการจะดีขึ้นไม่เลยเพราะน้องใช้งานทุกวันแข่งขันตั้งแต่วันที่ 12 เท้าไม่มีโอกาสได้พักเลย เกมส์วันนี้ไม่หนักเท่าไหร่เราก็ชนะมาได้ หลังจากนั้นเราก็ไปหาหมอเปิดแผล ก็ยังช้ำอยู่เพราะเกิดจากการใช้งานด้วย น้องก็ยังเจ็บแผล
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 โชคดีไม่มีการแข่งขันน้องได้พัก 1วัน ในวันนี้น้องก็ยังเจ็บแผลเวลาเดิน
วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เป็นการแข่งขันรอบแรกวันสุดท้าย เราก็ทำการแข่งขันเราก็ชนะน้องเล่นได้แค่70% แต่ปัญหาก็เกิดนักกีฬาฝั่งตรงข้าม เท้าข้ามฝั่งมาเหยียบเท้าที่น้องเจ็บเราก็ตกใจเห็นแล้วว่าน้องหยุดเดินแต่ก็ไม่แสดงอาการให้คู่ต่อสู้ คือลูกสุดท้ายพอดีจะเกมส์อยู่แล้ว ก็ยังอดทนกับความเจ็บเช่นเดิม หลังจากนั้นเราก็ไปหาหมอปัญหาก็เกิดอีก มีไหม 1 เส้นหลุด ก็ตกใจแต่ดีที่แผลของน้องเริ่มสมานไหมที่หลุดไม่ได้ร้ายแรงปัญหารายวัน
วันที่ 18 ธันวาคม2568 พักการแข่งขัน แต่พวกเราก็ยังต้องซ้อม ในวันฝึกซ้อมน้องก็อดทนทำได้ดี ซ้อมเสร็จเราก็ไปหาหมอแผลเริ่มดีขึ้นแต่เรากังวลคือมันยังปวดและเจ็บอยู่ น้องก็บอกพวกเราว่าไม่เป็นไรหนูไหว
วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เป็นวันชิงชนะน้องก็ได้บอกกับผู้ฝึกสอนว่าหนูปวดแผลไม่รู้ว่าหนูจะเล่นออกมาได้ดีไหมคือน้องอดทนมาตั้งแต่วันแรกน้องอยู่กับความเจ็บปวดมาทุกวันและยังต้องมาคิดเรื่องการแข่งขันน้องกดดันมากทั้ง ผลการแข่งขัน อาการบาดเจ็บ ต้องระวังการเลื่อนที่ ต้องระวังการกระโดดมันหลายอย่างมากที่น้องต้องควบคุม วันนี้ก็เป็นฝันร้ายของทุกคนคือเราแข่งขันแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ทั้งอาการบาดเจ็บ แรงกดดันจากเราต้องแชมป์เท่านั้นและยังเล่นในบ้านเราทุกคนต้องอดทนมากขนาดไหน มีคนบอกว่าไปเล่นต่างประเทศทั้งมากมายยังแพ้ในอาเซียน อยากจะบอกตรงนี้เลยว่า ไปแข่งต่างประเทศไม่ใช้สิ่งที่การันตรีเสมอไปว่าเราจะชนะทุกทีมได้ ทุกทีมก็พัฒนาทีมเราก็พัฒนาถ้าใครดูกีฬาเป็น จะไม่มีคำถามเลยว่าทำไม การแข่งขันดูที่ปัจจุบันอย่าไปดูที่อดีตดูว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นยังไง กีฬาไม่มีใครเป็นผู้ชนะได้ตลอดไปทุกคนต้องเจอคำว่าแพ้ทุกคน วันนี้พวกเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว พอแข่งเสร็จน้องบอกเลยว่าหนูผ่านมาได้เหรียญเงินก็ดีแล้วเพราะหนูฝืนตัวเองมาได้จนถึงวันสุดท้ายได้ เพราะน้องรู้ตัวว่าแข่งไม่ได้แน่นอนน้องอดทนมากจริง และขอโทษพี่น้องชาวไทยที่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้