คาร์ – ตั้งตารอลงสนามให้ เลเกอร์ส หลังถูกดราฟต์ร่วมทีมรอบแรก

คาเมอรอน คาร์ การ์ดรุคกี้ดราฟต์อันดับ 24 ปีเผยว่า เขารู้สึกตื่นเต้นที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ แอลเอ เลเกอร์ส หนึ่งในองค์กรของเอ็นบีเอที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และตั้งตารอลงเล่นกับกลุ่มผู้เล่นชั้นนำของทัพ “ม่วงทอง”

โดย คาร์ ผลผลิตจากมหาวิทยาลัยเบย์เลอร์ ทำเฉลี่ย 18.9 คะแนน, 5.8 รีบาวด์, 2.6 แอสซิสต์ และ 1.3 บล็อก จากการลงเล่น 34 เกม รวมถึง ชู้ตฟิลด์โกลลง 49.4 เปอร์เซ็นต์, ส่องระยะ 3 คะแนนลง 37.4 เปอร์เซ็นต์ และชู้ตฟรีโทรว์ลง 80.1 เปอร์เซ็นต์ จากการลงเล่นเมื่อฤดููก่อน

ส่งผลให้สุดท้ายดาวรุ่งวัย 21 ปีได้รับการดราฟต์รอบแรกจาก เลเกอร์ส ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวเผยถึงความรู้สึกว่า “ผมจะได้ไปเล่นให้ เลเกอร์ส มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก มันรู้สึกเหมือนฝันไปเลย ช่วง 2-3 นาทีแรกที่รู้ ผมยังไม่รู้สึกจริงๆเท่าไหร่ ผมพยายามทำความเข้าใจว่า โอ้ ผมกำลังจะเดินขึ้นไปบนเวทีและเป็นนักบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ ผมฝันถึงเรื่องนี้มาตลอดชีวิต โดยเฉพาะตั้งแต่ตอนเด็ก ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลาสักพัก ผมยังพยายามทำความเข้าใจอยู่ แต่ก็มีทั้งความตื่นเต้นและความสุข ผมรู้สึกมีแรงบันดาลใจที่จะทำงานมากขึ้น”

คาร์ - ตั้งตารอลงสนามให้ เลเกอร์ส หลังถูกดราฟต์ร่วมทีมรอบแรก

“เมื่อเดินเข้าไปในอาคาร สิ่งแรกที่คุณสังเกตเห็นคือประเพณีอันยาวนานของผู้คนที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ในฐานะเด็กคนหนึ่ง คุณฝันเสมอที่จะเดินขึ้นไปบนเวทีนั้นและประสบความสำเร็จทุกอย่างที่คุณต้องการ มันรู้สึกดีมากที่ได้เดินเข้าไปในโรงยิม และมองดูผู้คนที่มก่อนผม ตอนนี้ผมอยู่ในจุดเดียวกับพวกเขาแล้ว”

“การได้เข้ามาอยู่ในองค์กรที่มีผู้คนที่มีความคิดและศักยภาพแบบเดียวกัน มันทำให้งานของผมง่ายขึ้น ผมแค่ต้องวิ่งตัดและดังก์ให้พวกเขา และวิ่งในจังหวะเปลี่ยนเกม แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการสร้างความสม่ำเสมอในการเล่นเกมป้องกันและแสดงให้เห็นว่าผมสามารถเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นหรือเป็นตัวช่วยในการป้องกันได้ ในฐานะคนที่พวกเขาต้องการให้ประกบผู้เล่นดีที่สุด”

คาร์ มี คริส คาร์ ผู้เป็นพ่อคอยเป็นที่พึ่งเสมอในเส้นทางนักบาสเก็ตบอล เพราะพ่อของเขาเคยเล่นในเอ็นบีเอถึง 6 ฤดูกาล โดยมีช่วงเวลาที่โดดเด่นสุดของเขาเกิดขึ้นในปี 1997 ที่เป็นรองแชมป์ สแลมดังก์ หลังพ่ายแพ้ต่อ โคบี ไบรอันต์

“ผมอยากเก่งกว่าเขา (คุณพ่อ) เสมอ ผมมักจะตามหลังคนอื่นเสมอ ดังนั้นผมจึงอยากแสดงให้เห็นว่าเขาได้ทุ่มเทอย่างมากในการพัฒนาผมให้เป็นคนที่ดีขึ้น ผมจึงรู้สึกว่าวิธีเดียวที่ผมจะตอบแทนและแสดงความขอบคุณต่อเขาได้คือการทุ่มเททำงานหนักและนำมันมาใช้ทุกวัน เขาเป็นผู้เล่นที่เก่งมาก ดังนั้นผมจึงต้องเดินตามรอยเท้าเขา และเป็นการเดินทางที่ยาวไกล”