จูเซ็ปเป รอสซี คือชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอาจก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าตัวความหวังของวงการฟุตบอลอิตาลี เขาเป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ เทคนิค และความเฉียบคมหน้าประตู ทว่าชีวิตค้าแข้งมีเรื่องของอาการบาดเจ็บ มาคอยขัดขวางเส้นทางสู่จุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
จูเซ็ปเป รอสซี เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1987 ที่เมืองเทเนค รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวชาวอิตาเลียนที่อพยพ เขาเติบโตมากับวัฒนธรรมฟุตบอลแบบอิตาลีเต็มตัว แม้จะเกิดและใช้ชีวิตในอเมริกา แต่หัวใจของเขาเลือกสวมเสื้อทีมชาติอิตาลีตั้งแต่ระดับเยาวชน ความสามารถของรอสซีเริ่มฉายแววตั้งแต่ยังเด็ก และในวัยเพียง 17 ปี เขาก็ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการย้ายไปร่วมทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอสซีได้รับการจับตามองอย่างมากในทีมสำรอง เขาเป็นดาวซัลโวของทีมเยาวชนและมีสไตล์การเล่นที่คล่องแคล่ว รวดเร็ว และยิงได้ทั้งสองเท้า อย่างไรก็ตาม ในทีมชุดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตัวรุกระดับโลก เขาได้ลงสนามเพียงเล็กน้อย ยิงได้ 4 ประตูจาก 14 นัดรวมทุกรายการ ก่อนถูกปล่อยยืมตัวไปนิวคาสเซิล และต่อด้วยการย้ายถาวรสู่บียาร์เรอัลในปี 2007
ที่สโมสรจากสเปนแห่งนี้เอง รอสซีได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เขากลายเป็นหัวใจในเกมรุกของบียาร์เรอัลอย่างรวดเร็ว ฤดูกาล 2009/10 ถือเป็นปีทองของเขา เมื่อยิงได้ 11 ประตูในลาลีกา แม้จะพลาดช่วงท้ายฤดูกาลเพราะอาการบาดเจ็บ แต่ฟอร์มโดยรวมทำให้เขาถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหน้าฝีเท้าจัดของยุโรป จุดพีคที่สุดมาถึงในฤดูกาล 2010/11 เมื่อรอสซียิงไปถึง 32 ประตูรวมทุกรายการ (18 ประตูในลาลีกา) พาบียาร์เรอัลเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรปาลีก และคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ในช่วงเวลานั้น หลายสโมสรใหญ่แสดงความสนใจดึงตัวเขาไปร่วมทีม และชื่อของรอสซีถูกพูดถึงในฐานะกองหน้าความหวังใหม่ของทีมชาติอิตาลี เขาติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2008 ลงเล่นไป 30 นัด ยิงได้ 7 ประตู และมีบทบาทในศึกยูโร 2008 รวมถึงฟุตบอลโลก 2010 แม้ทีมชาติอิตาลีจะไม่ประสบความสำเร็จมากนักในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว
แต่แล้วจุดเปลี่ยนที่โหดร้ายก็เกิดขึ้น ในปี 2011 รอสซีได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) อย่างรุนแรง และต้องพักยาวหลายเดือน สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคืออาการบาดเจ็บลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำอีกครั้งในปีถัดมา ทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง และพลาดลงสนามยาวเกือบสองปีเต็ม เส้นทางที่กำลังทะยานขึ้นสูงต้องหยุดชะงักอย่างเจ็บปวด
หลังพยายามกลับมา เขาย้ายไปฟิออเรนตินาในปี 2013 และออกสตาร์ตได้อย่างน่าประทับใจ ยิง 14 ประตูจาก 18 นัดในเซเรีย อา ช่วงต้นฤดูกาล 2013/14 รวมถึงเกมที่ยิงแฮตทริกใส่ยูเวนตุส อย่างไรก็ตาม โชคร้ายยังตามหลอกหลอน อาการบาดเจ็บเข่าเรื้อรังกลับมาอีกครั้ง ทำให้เขาไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอได้ในระยะยาว
หลังจากนั้น รอสซีมีเส้นทางที่กระจัดกระจาย เขาย้ายไปเล่นให้เลบันเต, เซลตา บีโก, เจนัว, เรอัล ซอลต์ เลก และสปาล แต่ไม่สามารถเรียกฟอร์มระดับสูงสุดกลับมาได้เหมือนเดิม ตลอดอาชีพค้าแข้งระดับสโมสร รอสซีลงเล่นมากกว่า 350 นัด ยิงได้ราว 140 ประตู เป็นตัวเลขที่สะท้อนว่าเขาเป็นกองหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงเมื่อร่างกายสมบูรณ์
เรื่องราวของจูเซ็ปเป รอสซี จึงเป็นบทสะท้อนของพรสวรรค์ที่ถูกขัดขวางด้วยโชคชะตา หากปราศจากอาการบาดเจ็บ เขาอาจก้าวขึ้นไปยืนในระดับเดียวกับกองหน้าชั้นนำของยุคเดียวกัน