ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ชื่อนี้ยังคงเป็นตำนานที่แฟนบอลทั่วโลก และแฟนฟุตบอลลิเวอร์พูลจดจำได้เป็นอย่างดี ด้วยสัญชาตญาณดาวยิงที่หาได้ยาก และความผูกพันที่มีต่อสโมสรตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของอาชีพค้าแข้ง ฟาวเลอร์ไม่เพียงเป็นตำนานที่สร้างสีสันให้พรีเมียร์ลีกในยุค 90s เท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในนักเตะอังกฤษที่แฟนบอลต่างรักใคร่
ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน ปี 1975 ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เขาเติบโตในครอบครัวชนชั้นแรงงานย่านท็อกซ์เทธ และตั้งแต่เด็กก็มีความฝันเพียงหนึ่งเดียวคือการได้สวมเสื้อสีแดงของทีมบ้านเกิด เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในช่วงต้นยุค 90 ภายใต้การคุมทีมของ แกรม ซูเนสส์ จุดเริ่มต้นของเขาในพรีเมียร์ลีกไม่ธรรมดา เพราะในฤดูกาล 1993/94 เขาทำได้ถึง 12 ประตูจาก 28 นัด ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าทึ่งสำหรับกองหน้าวัยเพียง 18 ปี
ฤดูกาลถัดมา ฟาวเลอร์แจ้งเกิดเต็มตัวด้วยการทำประตูเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะฤดูกาล 1994/95 ที่เขากดไปถึง 31 ประตูในทุกรายการ และสร้างชื่อกระฉ่อนจากการยิงแฮตทริกใส่อาร์เซน่อลในเวลาเพียง 4 นาที 33 วินาที ซึ่งกลายเป็นสถิติพรีเมียร์ลีกในตอนนั้น เขาเล่นฟุตบอลด้วยความเป็นธรรมชาติและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่าในกรอบเขตโทษ ทั้งการจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายหรือขวา หรือแม้แต่ลูกโหม่ง เขาทำได้ทั้งหมดแบบไม่ต้องคิดนาน แฟนบอลจึงหลงรักเขาอย่างมาก

ในยุคของ รอย อีแวนส์ ลิเวอร์พูลมีแนวรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะคู่หู “ฟาวเลอร์-โคลลีมอร์” ที่สร้างความหวาดกลัวให้แนวรับคู่แข่งทั่วเกาะอังกฤษ เขาได้รับรางวัล PFA Young Player of the Year สองปีซ้อนในปี 1995 และ 1996 และติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในปี 1996 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ฟอร์มของเขาพีกที่สุด อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่าในปี 1997 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพ เพราะทำให้เขาพลาดการลงสนามนานหลายเดือนและไม่สามารถกลับมาสู่จุดสูงสุดแบบเดิมได้อีก
ในปี 2001 เขาย้ายไปอยู่กับลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวราว 12 ล้านปอนด์ หลังความสัมพันธ์กับโค้ช เจอราร์ด อูลลิเย่ร์ เริ่มตึงเครียด แต่แฟนลิเวอร์พูลส่วนใหญ่ยังคงรักและเคารพเขาเสมอ เพราะเขาเป็นคนที่ไม่เคยปิดบังหัวใจว่าเป็น “เดอะ เรด” อย่างแท้จริง ฟาวเลอร์ใช้เวลาสั้น ๆ กับลีดส์ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และในปี 2006 เขาก็สร้างความเซอร์ไพรส์ให้ทั้งวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยการกลับบ้านอีกครั้ง เมื่อลิเวอร์พูลประกาศดึงตัวเขากลับมาแบบไร้ค่าตัวในยุคของราฟาเอล เบนิเตซ การกลับมาครั้งนั้นไม่ใช่เพื่อพิสูจน์อะไรอีกต่อไป แต่เพื่อเติมเต็มหัวใจของเขาและแฟนบอลที่ยังเฝ้ารอ ให้ ฟาวเลอร์ กลับคืนสู่รัง
หลังจากอำลาลิเวอร์พูลในปี 2007 ฟาวเลอร์ยังคงเล่นฟุตบอลต่ออีกหลายปี ทั้งในอังกฤษและต่างประเทศ เขาเคยค้าแข้งกับคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส และแม้แต่ในลีกออสเตรเลียกับนอร์ท ควีนส์แลนด์ ฟิวรี รวมถึงเพิร์ธ กลอรี ก่อนจะไปปิดฉากอาชีพที่เมืองไทยกับเมืองทอง ยูไนเต็ด ในปี 2011 ซึ่งเขาไม่เพียงเป็นนักเตะเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ผู้จัดการทีมควบคู่ไปด้วย
หลังแขวนสตั๊ด ฟาวเลอร์เบนสายเข้าสู่เส้นทางโค้ชอย่างเต็มตัว เขาเคยคุมทีมบริสเบน โรร์ ในเอลีกของออสเตรเลีย และมูอัลลีห์ ยูไนเต็ด ในอินเดีย รวมถึงรับบทบาทเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอลให้สื่อต่าง ๆ อยู่เป็นระยะ เขายังคงติดตามผลงานของลิเวอร์พูลอย่างใกล้ชิด และมักปรากฏตัวในเกมสำคัญที่แอนฟิลด์เสมอ แม้เวลาผ่านไปกว่า 30 ปี แต่ชื่อของร็อบบี้ ฟาวเลอร์ยังคงอยู่ในใจแฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลกไปอีกนานแสนนาน