คริสเตียน วิเอรี่ คือหนึ่งในศูนย์หน้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการฟุตบอลอิตาลีในยุค 90s ถึงต้นทศวรรษ 2000 ชื่อของเขาคือภาพจำของ “กองหน้าสายคลาสสิก” ที่แข็งแกร่ง ทรงพลัง และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณในการจบสกอร์อย่างยอดเยี่ยม
คริสเตียน วิเอรี่ เกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ปี 1973 ที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี แต่ชีวิตวัยเด็กของเขาไม่ได้เติบโตในบ้านเกิด เพราะครอบครัวย้ายไปอาศัยอยู่ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากพ่อของเขา โรแบร์โต้ วิเอรี่ เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพและย้ายมาค้าแข้งในลีกออสเตรเลีย นั่นทำให้ วิเอรี่ ใช้ชีวิตในวัยเด็กท่ามกลางวัฒนธรรมที่ต่างออกไป เรียนรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็ก และยังเติบโตมากับกีฬาอย่างคริกเก็ตที่เขารักมากพอ ๆ กับฟุตบอล
แต่เลือดนักเตะจากบิดายังแรงกล้าเกินจะห้าม วิเอรี่เริ่มเล่นฟุตบอลจริงจังในวัยรุ่นและเดินทางกลับสู่อิตาลีเพื่อสานต่อเส้นทางอาชีพ เขาเริ่มต้นกับทีมเยาวชนของโตรีโน ก่อนจะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1991 เส้นทางของเขาในช่วงแรกเต็มไปด้วยการเดินทางไปหลายสโมสรทั้ง ปิซา, ราเวนนา และเวเนเซีย ซึ่งแต่ละทีมเป็นเหมือนบทเรียนที่ช่วยหล่อหลอมให้เขากลายเป็นกองหน้าผู้ครบเครื่องทั้งร่างกายและเทคนิค
จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของวิเอรี่มาถึงเมื่อเขาย้ายไปอยู่กับอตาลันต้า ในฤดูกาล 1995/96 ที่นั่นเขาระเบิดฟอร์มยิงได้ถึง 11 ประตูในเซเรีย อา จนยูเวนตุส ทีมยักษ์ใหญ่แห่งตูรินคว้าตัวไปร่วมทัพในปีถัดมา การย้ายสู่ยูเว่ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะนอกจากจะได้เล่นร่วมกับนักเตะระดับตำนานอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน และอเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ แล้ว วิเอรี่ยังคว้าแชมป์เซเรีย อา และซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย รวมถึงไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลเดียวกันอีกด้วย

หลังประสบความสำเร็จกับยูเวนตุส เขาตัดสินใจออกไปหาความท้าทายใหม่ในต่างแดนกับแอตเลติโก มาดริด ในปี 1997 และนั่นคือช่วงที่ชื่อ “บ็อบโบ้” ดังระเบิดในยุโรป วิเอรี่ยิงไปถึง 24 ประตูจาก 24 เกมในลาลีกา คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำฤดูกาลได้สำเร็จ กลายเป็นกองหน้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุโรป จนทำให้ลาซิโอทุ่มเงินก้อนโตในปี 1998 เพื่อดึงเขากลับอิตาลี
กับลาซิโอ วิเอรี่ช่วยทีมคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย และแชมป์ยุโรปซูเปอร์คัพ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน ในปี 1999 ด้วยค่าตัวราว 32 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นสถิติโลกในเวลานั้นที่สะท้อนถึงคุณค่าของเขาในฐานะหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของยุค ในสีเสื้อเนรัซซูรี่ วิเอรี่กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลทันที ด้วยพละกำลังมหาศาล การพักบอลที่สุดยอด และความเด็ดขาดในการจบสกอร์ เขายิงไปถึง 123 ประตูจากการลงเล่นกว่า 190 นัดให้กับอินเตอร์ ตลอดช่วงเวลา 6 ปี ถือเป็นช่วงพีคที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขา
ในนามทีมชาติอิตาลี วิเอรี่คือหัวหอกตัวความหวังในยุคทองของ “อัซซูรี่” เขาลงสนาม 49 นัด ยิงได้ 23 ประตู และสร้างชื่ออย่างยิ่งในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส กับฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งเขายิงรวม 9 ประตูจากสองทัวร์นาเมนต์ ทำให้เป็นหนึ่งในดาวซัลโวของฟุตบอลโลกยุคใหม่ที่แฟนบอลจดจำได้มากที่สุด โดยเฉพาะการจับคู่กับ ฟิลิปโป้ อินซากี้ และอเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ซึ่งเป็นไลน์อัปในฝันของแฟนบอลอิตาเลียนในเวลานั้น
แม้ชีวิตค้าแข้งของเขาจะต้องเจอกับอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงท้ายกับเอซี มิลาน, โมนาโก, ซามพ์โดเรีย และฟิออเรนตินา แต่ชื่อของวิเอรี่ยังคงถูกยกย่องว่าเป็นกองหน้าที่มีสัญชาตญาณการทำประตูที่เฉียบขาดที่สุดคนหนึ่งของอิตาลี ความแข็งแกร่งทางกายภาพผสมกับความเป็นนักล่าประตูโดยธรรมชาติ ทำให้เขาเป็นคู่ต่อสู้ที่กองหลังยุคนั้นหวาดกลัวเสมอ
หลังแขวนสตั๊ดในปี 2009 วิเอรี่หันไปใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่ยังคงปรากฏตัวในสื่อและงานฟุตบอลอยู่เสมอ เขาเป็นคนอารมณ์ดี มีเสน่ห์ และมักสร้างรอยยิ้มให้แฟนบอลในโซเชียลมีเดีย วิเอรี่ไม่ได้เป็นเพียงกองหน้าที่มีสถิติยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของยุคที่ฟุตบอลอิตาลีเต็มไปด้วยความสำเร็จ และเป็นตำนานที่ฝากความทรงจำเอาไว้ในวงการลูกหนังมาจนถึงปัจจุบัน