หากจะพูดถึงดาวรุ่งในตำแหน่งปีกในอังกฤษสักคนในยุคนี้ ชื่อของ ริโอ เอ็นกูโมฮา ตัวริมเส้นสุดจี๊ดของลิเวอร์พูล คงเป็นหนึ่งในชื่อที่แฟนบอลหลายคนนึกถึง เพราะแม้ว่าจะอายุยังน้อย แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยังสามารถพัฒนาได้ และความวูบวาบในการเลี้ยงบอลที่เป็นจุดเด่นของแข้งรายนี้
ริโอ เอ็นกูโมฮา เกิดที่ฮาเวอริง ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ปี 2008 โดยเริ่มแรกเขาเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลกับอคาเดมีของ เชลซี สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
แต่ด้วยความโดดเด่นของเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลี้ยงบอล, การดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่ง และความกล้าในการเล่นแม้ว่าจะยังอายุน้อย ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย และหลายคนก็คาดหวังว่าดาวรุ่งรายนี้จะกลายเป็นแข้งระดับโลกในอนาคต
จากปัจจัยทั้งหมดทำให้หลายสโมสรอยากได้ตัวเขาไปร่วมทัพ กระทั่งสุดท้ายแล้วกลายเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้เซ็นสัญญากับแข้งรายนี้ เมื่อช่วงฤดูร้อน ปี 2024 และการย้ายทีมครั้งนี้ กลายเป็นรอยร้าวระหว่างทั้งสองสโมสรอย่าง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ด้วย
และสุดท้ายทาง ลิเวอร์พูล ก็ถูกสั่งให้จ่ายเงินให้กับเชลซีเพื่อเป็นค่าฝึกฝนและพัฒนาฝีเท้าของ ริโอ เอ็นกูโมฮา ที่เติบโตมาจากทัพอคาเดมีของพวกเขา แต่สุดท้ายถูกลิเวอร์พูลฉกตัวไป

แต่เงินค่าปรับก้อนนี้ เชื่อได้เลยว่าลิเวอร์พูลไม่ได้รู้สึกเสียดายที่ต้องจ่ายออกไป เพราะในยุคที่ทีมหงส์แดงกำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนถ่ายนั้น ริโอ เอ็นกูโมฮา ถูกคาดหวังว่ามีศักยภาพมากพอที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญของพวกเขาในอนาคต
และชื่อของดาวรุ่งรายนี้ก็ถูกพูดถึงอย่างมากจากแฟนบอลของลิเวอร์พูลทันที หลังจากที่เมื่อช่วงฤดูกาลนี้ ริโอ ได้สร้างปรากฎการณ์ที่หลายคนแทบไม่มีวันลืม เมื่อเขาถูกส่งลงสนามในช่วงท้ายเกม และวิ่งมาซัดประตูชัยให้กับ ลิเวอร์พูล ในเกมที่พวกเขาบุกไปเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-1 ในนาที 90+10 ซึ่งในวันนั้นเขาเพิ่งอายุแค่ 16 ปี กับอีก 361 วันเท่านั้น
หลังจากนั้น ริโอ เอ็นกูโมฮา ก็กลายเป็นชื่อของนักเตะที่เหล่าแฟนบอลลิเวอร์พูลต่างเฝ้ารอที่จะได้เห็นเขาลงมาโชว์ฝีเท้าในสนามเสมอ แม้ว่าเขาจะยังต้องหลักทางให้กับเหล่าแข้งรุ่นพี่ก่อน
อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่ ริโอ เอ็นกูโมฮา ถูกส่งลงมาวิ่งในสนาม เขาก็ไม่เคยพลาดโอกาสที่จะแสดงความสามารถและจุดเด่นของตัวเองอย่างความเร็วและการกล้าเลี้ยงบอลบุกเข้าใส่เหล่ากองกหลังในพรีเมียร์ ลีก ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่สุดหิน
จนถึงตอนนี้ แม้ว่า ริโอ อาจจะยังไม่ได้เป็นตัวหลักของลิเวอร์พูล แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าเขายังคงได้รับโอกาสในการเก็บประสบการณ์ เขาจะต่อยอดพรสวรรค์ของตัวเองเพื่อกลายเป็นแข้งระดับโลกได้เลย