บราซิล เรียกได้ว่าเป็นชาติที่ผลิตนักฟุตบอลชื่อดังระดับโลกมาในหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นในตำแหน่งแนวรุก และเรามักจะได้เห็นข่าวเหล่าดาวรุ่งชาวแซมบ้าที่ย้ายไปเล่นในลีกยุโรปด้วยค่าตัวมหาศาลตั้งแต่ยังอายุน้อยอยู่เป็นประจำ และชื่อของ เอ็นดริก ก็เป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งของบราซิลในยุคนี้ที่มีการย้ายทีมที่เขย่าวงการมาแล้ว
เอ็นดริก เฟลิเป โมไรรา เด ซูซา เกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ปี 2006 และเขามีเส้นทางชีวิตคล้ายกับเหล่านักเตะบราซิลอีกหลายคน คือ การที่มีชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบาก และใช้ฟุตบอลเป็นความฝันในการที่จะพลิกชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น
แต่แม้ว่าครอบครัวของเขาจะมีฐานะยากจน แต่คุณพ่อของเอ็นดริกก็สนับสนุนให้ลูกชายเล่นฟุตบอลอย่างเต็มที่ และคอยอัปโหลดวิดีโอการเล่นฟุตบอลของลูกชายเพื่อให้เข้าถึงผู้คนมากขึ้น และสุดท้ายเป็นพัลไมรัส ที่มองเห็นพรสวรรค์ของเอ็นดริก และดึงเขาไปอยู่ในทีมเยาวชนของสโมสร เมื่อปี 2016 ด้วยวัย 11 ขวบเท่านั้น
เอ็นดริก กลายเป็นฝันร้ายของเหล่าแข้งเยาวชนของทีมอื่น เพราะเขายิงประตูให้อคาเดมีของพัลไมรัส ไปถึง 165 ประตู จากการลงสนาม 169 นัด เรียกได้ว่าค่าเฉลี่ยการทำประตูเกือบจะครบทุกนัด และทำให้เขาเริ่มได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรในยุโรป
หลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของพัลไมรัสครั้งแรกเมื่อปี 2022 และกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ด้วยวัยแค่ 16 ปีเท่านั้น

ซึ่งผลงานของเขากับเวทีลีกบราซิลนั้น เขาก็ยังคงฉายแววโดดเด่นเพราะมีร่างกายที่แกร่งเกินวัย, ความเร็วที่ไม่ธรรมดา, ยิงได้สองเท้า และมีความมั่นใจ จนสุดท้ายเขาได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งแห่งปีของลีกในฤดูกาลดังกล่าวด้วย
ในช่วงปลายปี 2022 โอกาสครั้งสำคัญของเขาก็มาถึง เมื่อเขาถูก เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน คว้าตัวไปร่วมทัพ แต่เป็นการเซ็นสัญญากันล่วงหน้า เพราะตามกฎของฟีฟ่าแล้ว ทางราชันชุดขาว ต้องรอให้เขาอายุครบ 18 ปีก่อน ถึงจะย้ายทีมได้
เวลาเดินมาถึงปี 2024 เขาอายุครบ 18 ปี และได้ย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ตามที่ฝันเอาไว้ อย่างไรก็ตามเส้นทางกับทีมใหญ่ระดับโลกมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กอายุเท่านี้ เพราะเขาต้องเจอกับการแข่งขันที่สูงมากในทีม และต้องรับความกดดันมากมาย
สุดท้ายเขาแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนาม กระทั่งปี 2026 เขาก็ถูกปล่อยตัวให้ โอลิมปิก ลียง ในฝรั่งเศสยืมตัวไปใช้งาน ก่อนจะเริ่มเรียกความมั่นใจได้อีกครั้ง จากการยิงไป 5 ประตู จาก 16 นัด
และจากผลงานดังกล่าวทำให้เขายังได้รับความเชื่อใจจาก คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือทีมชาติบราซิลที่ใส่ชื่อเขาเป็นหนึ่งในนักเตะชุดลุยฟุตบอลโลก 2026
ต้องมาติดตามกันว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะทำให้ เอ็นดริก ได้กลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้งหรือไม่