ชอน เมอร์ฟี – ครองแชมป์นักสนุกเกอร์ที่ลงแข่งมากที่สุดในปี 2025

ชอน เมอร์ฟี กลายเป็นนักสนุกเกอร์ที่ลงแข่งขันในรายการอาชีพมากที่สุดบนเวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์ตลอดปีปฏิทิน 2025 หลังเข้าร่วมการแข่งขันระดับท็อปไฟลต์รวมทั้งสิ้น 22 รายการ มากกว่าผู้เล่นทุกคนในทัวร์ โดยสถิติดังกล่าวทำให้เขาขึ้นนำตารางการลงแข่งประจำปี เหนือกว่า ไคเรน วิลสัน และ ซือ เจียฮุย ที่ตามมาเป็นอันดับสองร่วมด้วยจำนวน 21 รายการ ขณะที่ มาร์ค เซลบี รั้งอันดับถัดมาที่ 20 รายการ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ cuetracker.net

ตลอดทั้งปี 2025 เมอร์ฟี พลาดการเข้าร่วมการแข่งขันเพียงรายการเดียวเท่านั้น คือ แชมเปี้ยนชิพ ลีก อินวิเตชันแนล ที่จัดขึ้นช่วงต้นปี แม้เขาจะมีสิทธิ์ลงแข่งขัน แต่เลือกที่จะไม่เข้าร่วมในรายการพิเศษแบบปิดสนามดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เขายังคงรักษาสถิติการลงแข่งครบทุก 14 รายการที่จัดขึ้นแล้วในฤดูกาลนี้ ก่อนที่สถิติเข้าร่วมครบทุกทัวร์นาเมนต์จะสิ้นสุดลง เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจไม่เล่นแชมเปี้ยนชิพ ลีก อินวิเตชันแนล ครั้งล่าสุดอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านั้นจะโชว์ฟอร์มเด่นในเวอร์ชันจัดอันดับของรายการเดียวกันช่วงซัมเมอร์

ปี 2025 ถือเป็นปีที่ปลุกชีวิตการเล่นของ “พ่อมด” อย่างแท้จริง โดยเริ่มต้นอย่างสวยงามเมื่อเขาเอาชนะ ไคเรน วิลสัน แชมป์โลกในขณะนั้น 10-7 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศศึกเดอะ มาสเตอร์ส ที่อเล็กซานดรา พาเลซ กรุงลอนดอน คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สองของอาชีพ ห่างจากครั้งแรกถึง 10 ปี นอกจากนี้ ในรอบรองชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์เดียวกัน เมอร์ฟียังทำแม็กซิมัมเบรก 147 แต้ม ใส่ มาร์ค อัลเลน ก่อนจะสร้างความสมบูรณ์แบบอีกครั้งด้วยเบรก 147 ในศึกเวิลด์ โอเพ่น ที่อวี้ซาน ประเทศจีน ไม่กี่สัปดาห์ถัดมา

แม้จะประสบความสำเร็จในเดอะ มาสเตอร์ส แต่เมอร์ฟีกลับเผชิญช่วงฝืดในรายการจัดอันดับ ส่งผลให้สถานะท็อป 16 ของโลกเริ่มสั่นคลอนก่อนศึกชิงแชมป์โลก อย่างไรก็ตาม เขาผ่านการคัดเลือกเข้าสู่เพลเยอร์ส ซีรีส์ ครบทั้งสามรายการ และทำผลงานได้เพียงพอในการรักษาสิทธิ์เป็นมือวางที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ โดยไม่ต้องลงเล่นรอบคัดเลือก

ชอน เมอร์ฟี -  ครองแชมป์นักสนุกเกอร์ที่ลงแข่งมากที่สุดในปี 2025

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ความกดดันกลับมาอีกครั้ง หลังเขาไม่สามารถผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในสามรายการจัดอันดับแรก ทำให้หลุดจากท็อป 16 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 อย่างไรก็ตาม เมอร์ฟีตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ต่างจากที่ จอห์น ฮิกกินส์ เคยทำไว้ปีก่อน โดยกลับคืนสู่กลุ่มท็อป 16 ได้ทันทีในโอกาสแรก

ในศึกบริติช โอเพ่น ที่เมืองเชลต์แนม ปลายเดือนกันยายน แชมป์โลกปี 2005 รายนี้เอาชนะทั้ง นีล โรเบิร์ตสัน, จัดด์ ทรัมป์ และ มาร์ค เซลบี ก่อนจะเฉือน แอนโธนี แม็กกิลล์ 10-7 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์จัดอันดับรายการที่ 13 ของอาชีพ และเป็นแชมป์แรกในรอบกว่าสองปี จากนั้นเขายังเดินหน้าทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศศึกซีอาน กรังด์ปรีซ์ ที่จีน แต่ความหวังคว้าแชมป์สองรายการติดต่อกันต้องหยุดลง เมื่อพ่ายให้ มาร์ค วิลเลียมส์ วัย 50 ปี ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์รายการจัดอันดับที่อายุมากที่สุดในวงการสนุกเกอร์อาชีพ

ผลงานอันยอดเยี่ยมในสองทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ส่งผลให้เมอร์ฟีผ่านเข้าร่วมศึกแชมเปี้ยน ออฟ แชมเปี้ยนส์ กลับขึ้นสู่ท็อป 9 ของโลก และได้รับเชิญไปแข่งขันรายการพิเศษ ริยาดห์ ซีซัน แชมเปี้ยนชิพ ที่ซาอุดีอาระเบีย ในช่วงปลายปี เขายังทำผลงานถึงรอบรองชนะเลิศยูเค แชมเปี้ยนชิพ ที่ยอร์ก ก่อนจะพ่ายให้กับแชมป์ในที่สุดอย่าง มาร์ค เซลบี 3-6 เฟรม

นอกเหนือจากผลงานบนโต๊ะ เมอร์ฟียังมีภารกิจด้านสื่ออย่างเข้มข้น ทั้งงานวิเคราะห์ให้กับ BBC พอดแคสต์ส่วนตัว ช่องยูทูบ และการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนักสนุกเกอร์ที่ยุ่งที่สุดของปี 2025

หลังได้พักผ่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ เมอร์ฟีเตรียมกลับสู่การแข่งขันอีกครั้งในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม โดยจะเริ่มต้นภารกิจป้องกันแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส พบกับ อู๋ อี้เจ๋อ ดาวรุ่งหน้าใหม่ ในแมตช์เปิดสนามของทัวร์นาเมนต์เงินรางวัลรวมกว่า 1 ล้านปอนด์ ที่อเล็กซานดรา พาเลซ กรุงลอนดอน