อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ เต็ง 2 ของรายการจากเยอรมนี เปิดใจหลังคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกในชีวิตได้สำเร็จ หลังใช้เวลา 4 ชั่วโมง 16 นาที เบียดเอาชนะ ฟลาวิโอ โคบอลลี มือ 10 จากอิตาลี แบบสุดดราม่า 3-2 เซ็ต 6-1, 4-6, 6-4, 6-7 (5-7), 6-1 ในศึกเทนนิส เฟรนช์ โอเพ่น ประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ซเวเรฟ ผ่านเข้าชิงดำแกรนด์สแลมมาแล้ว 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ทว่าแพ้รวดทั้ง 3 ครั้ง โดยเสียท่าให้ โดมินิก ธีม ในรอบชิงดำ ยูเอส โอเพ่น 2020, แพ้ คาร์ลอส อัลการาซ ในรอบชิงฯ เฟรนช์ โอเพน ปี 2024 และแพ้ ยานนิก ซินเนอร์ ในรอบชิงฯ ออสเตรเลียน โอเพ่น ปี 2025

อย่างไรก็ตามในการผ่านเข้าชิงชนะเลิศศึกเมเจอร์หนที่ 4 ซเวเรฟ ไม่ยอมพลาดอีกแล้ว เมื่อล้ม โคบอลลี และกลายเป็นนักเทนนิสหนุ่มชาวเยอรมันคนแรกที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมไปครองได้สำเร็จ ถัดจาก บอริส เบ็คเกอร์ ที่ทำได้เป็นคนล่าสุดในศึกออสเตรเลียน โอเพ่น ปี 1996 หรือ ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน
ภายหลังการแข่งขัน ซเวเรฟ กล่าวว่า “คอร์ตแห่งนี้มีความพิเศษกับผมอย่างมากในหลายความหมาย เพราะมีทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต และแย่ที่สุดในชีวิตที่นี่ ครั้งหนึ่งเมื่อปี 4 ปีที่แล้ว ผมเคยนอนอยู่ตรงมุมหนึ่งของคอร์ตมีปัญหาบาดเจ็บหนัก เอ็นขาด 7 จุด และกระดูกหักอีก 2 จุด รวมถึงเคยแพ้ในรอบชิงที่คอร์ตนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ณ เวลานี้ ในที่สุดมันก็จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ผมต้องขอบคุณแฟนๆ ที่ช่วยผลักดันมาตลอดสัปดาห์”
ซเวเรฟ กล่าวต่อว่า “ผมต้องขอบคุณทีมงานเช่นกัน จะว่าไป ผมอาจจะเป็นนักเทนนิสที่ใช้ทีมงานมายาวนานกว่าใครในโลก และมีโค้ชที่อยู่กันมายาวที่สุด นั่นก็คือพ่อขอผม ยังไงก็คงแยกกันไม่ได้ เพราะอยู่ตรงนี้กันมา 29 ปีแล้ว พี่ชายก็อยู่ด้วยกันมา 29 ปี ยังไงก็แยกกันไม่ได้เช่นกัน ส่วนเทรนเนอร์คนนี้ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ปี 2014 ตอนผมอายุ 16 ปี อีกทั้งยังมีเพื่อนสนิทที่มาให้กำลังใจในบ๊อกซ์ผู้เล่นมากว่า 10 ปี หนึ่งในคนสำคัญที่ทำให้ตนมีความสุขเสมอ และขอบคุณผู้จัดการที่ทำงานด้วยกันมากว่า 10 ปี ขณะที่นักกายภาพบำบัดถือเป็นหน้าใหม่ เพิ่งร่วมงานกันมาได้ 2 สัปดาห์ ดังนั้น จึงถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ขอขอบคุณทุกคน เราผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ทั้งปัญหาบาดเจ็บ เรื่องราวที่เจ็บปวด ความพ่ายแพ้ เราเคยแพ้มาในช่วงเวลาสำคัญที่สุด แต่ในที่สุดเราก็กลายเป็นแชมป์แกรนด์สแลมแล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญ”